|
เขียนโดย Administrator
|
|
จันทร์, 11 กุมภาพันธ์ 2008 |
ไหว้พระจันทร์ ผศ.อวยชัย ผกามาศ--- --- --- --- --- --- -- --- ชาวจีนหญิงถักร้อยตามประสาหญิง เพื่อจะได้เป็นแม่บ้านที่ดีต่อไป เมื่อออกมาทำพิธีไหว้พระจันทร์ก็จะเอาผลงานที่เย็บปักถักร้อยของตนมาตั้งแสดงไว้ข้าง ๆ โต๊ะบูชา เป็นการอวดฝีมือกันกลาย ๆ และจะพยายามทำให้ สวย ๆ มีจำนวนมาก ๆ พร้อมกันนั้นตนเองจะได้ออกอวดโฉมพร้อมกันไปด้วยในตัว ให้หนุ่ม ๆ ที่เที่ยวเตร่ชมอยู่ได้พบเห็น และขณะที่ไหว้เทวดาหญิงสาวมักจะตั้งจิตอธิษฐานให้เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ ช่วยให้พานพบคู่ครองที่ดีมีคุณธรรมบางแห่งอาจจัดให้หญิงสาวแข่งขันกันเอาด้ายสนเข็ม หรือเย็บปักถักร้อยบางอย่างด้วย ใครก็เสร็จก่อนแสดงว่าเก่งฉลาด เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ให้ความฉลาดมา ส่วนอีกทางหนึ่ง ตามตำนานกล่าวว่าสมัยโบราณ พวกแมนจูเรียได้เข้ามารุกรานจีนสามารถควบคุมคนจีนไว้ได้ และให้ทหารควบคุมดูแลครอบครัวคนจีน ๑๐ ครอบครัวต่อทหาร ๒ คน (บางท่านว่า ๓ ครอบครัว ต่อทหาร ๑ คน) นอกจากนี้ยังให้ชาวบ้านเลี้ยงดูทหารที่มาควบคุมดูแลนั้นให้ดี ไม่ให้อ้วนหรือผอมเกินไป (ทุก ๑ เดือนจะมีคนมาชั่งน้ำหนักทหารเหล่านั้น) มิฉะนั้นจะถูกลงโทษ และชาวบ้านยังถูกบังคับอีกหลายเรื่อง เช่น จำกัดเครื่องใช้พวกของมีคมทุกอย่าง ได้แก่ มีดให้มีได้ ๑ เล่มต่อ ๑๐ ครอบครัว และไม่ให้ไว้บ้านใด แต่จะล่ามมีดด้วยโซ่ไว้กลางกลุ่มบ้านนั้น เวลาจะใช้ต้องไปใช้มีดที่ถูกล่ามโซ่อยู่ ทั่งนี้ก็เพื่อกันมิให้ชาวจีนมีอาวุธคิดปฏิวัติได้ เท่านั้นยังไม่หนำใจผู้ชายจีนจะถูกโกนศีรษะไว้หางเปีย เพื่อป้องกันเวลาหนีจะได้จับหางเปียมารวมไว้ด้วยกัน ส่วนผู้หญิงจีนจะถูกผูกข้อเท้ามีเครื่องหมายติดอยู่เพื่อให้แตกต่างจากพวกแมนจูเรีย ทหารที่มาควบคุมดูแลนั้นเล่าจะคอยสอดส่องมิให้ชาวจีนชุมนุมหรือติดต่อกันได้ การติดต่อกันทุกอย่างจะต้องผ่านทหารเหล่านั้น จากการที่ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างมากนี่เอง ทำให้ไฟปฏิวัติคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดผู้ฉลาดคิดจะส่งข้อความการปฏิวัติขับไล่พวกแมนจูเรียออกไปเสียจากแผ่นดิน ด้วยการออกอุบายทำขนมขึ้นอย่างหนึ่งเรียกว่า “ตงชิวเปี๊ยะ” เป็นรูปกลม ๆ ข้างในเขียนข้อความนัดวันปฏิวัติคือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ตามแบบจีน ขนมนี้แจกจ่ายไปทั่วเมืองโดยที่พวกแมนจูเรียมิได้สงสัย เพราะเข้าใจว่าเป็นขนมที่ชาวจีนทำขึ้นสำหรับไหว้พระจันทร์ ปรากฏว่าประชาชนพร้อมใจกันปฏิวัติขับไล่พวกแมนจูเรียออกไปได้สำเร็จ ในวันนั้นเอง ด้วยเหตุนี้จึงได้ถือเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันไหว้พระจันทร์ตั้งแต่นั้นมา |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
จันทร์, 11 กุมภาพันธ์ 2008 |
ความเชื่อของชาวภูเก็ต ภูเก็ตเป็นเกาะแยกออกจากแผ่นดินใหญ่ ทำให้ชาวภูเก็ตอยู่อย่างอิสระไม่ได้ติดต่อกับคนภายนอกมากนัก นอกจากพ่อค้า และนักแสวงโชคที่แวะพักภูเก็ตเพื่อเติมเสบียงอาหาร และน้ำ สำหรับเดินเรือต่อไป การแยกตัวอย่างโดดเดี่ยว มาแต่ดั้งเดิม ประกอบกับภายในเกาะที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ สามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัย ความช่วยเหลือ จากรัฐบาลกลาง แร่ดีบุกเป็นทรัพยากรสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประชากร การติดต่อซื้อขาย ก็สามารถติดต่อกับปีนัง สิงค์โปร์ มากกว่าที่จะติดต่อกับทางกรุงเทพฯ แร่ดีบุกเป็นทรัพยากรที่จูงใจให้ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในภูเก็ต คนภูเก็ต จึงคุ้นเคยกับคน แปลกหน้าเป็นอย่างดี อาจจะเป็นเพราะ ชาวต่างชาติต่างภาษามากมายที่เข้ามาในภูเก็ต ทำให้คนภูเก็ตไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อชาวต่างชาติมากนัก ในอดีตเคยขับไล่ชาวฮอลันดาที่เข้ามาค้าดีบุกและเอาเปรียบคนท้องถิ่นทำให้ชาวท้องถิ่นไม่พอใจ แต่โดยทั่วไปแล้วคนภูเก็ต ไม่ชอบการทะเลาะวิวาท การนัดชุมนุมประท้วง การเรียกร้องใด ๆ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นคนจีน มุ่งมั่นที่จะทำมาหากิน มากกว่า จะมามีปัญหากับคนต่างชาติ มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย ผู้หญิงชาวภูเก็ตที่ว่างจากการงานที่บ้านก็จะไปร่อนหาแร่ มาขายได้รายได้ดี ชาวภูเก็ตจึงไม่ค่อยกระตือรือร้นในการทำงาน ร้านอาหารที่มีชื่อส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด ชาวภูเก็ตจะเป็นนักบริโภคมากกว่า ผู้ขายฉะนั้นพ่อค้า แม่ค้า ตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงสินค้าเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จึงเป็นของคนต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 16 - 18 จาก 81 |