Skip to content

Phuketdata

default color
ศาสนาสิกข์ในภูเก็ต
เขียนโดย Administrator   
จันทร์, 11 กุมภาพันธ์ 2008


ศาสนาสิกข์

 ศาสนาสิกข์เกิดขึ้นในแคว้นปัญจาบ  ซึ่งเป็นแคว้นที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย  ติดกับประเทศปากีสถาน มีภาษาและตัวอักษรเป็นของตนเอง เรียกว่า ภาษาปัญจาบี ผู้ก่อตั้งศาสนาคือคุรุนานักเทพ

ชาวสิกข์คนแรกที่เข้ามาเมืองไทยในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เข้ามาค้าผ้า และต่อมาได้ชักชวนชาวสิกข์ คนอื่น ๆ ให้เข้ามาทำมาหากินในประเทศไทยมากขึ้น  ส่วนใหญ่ประกอบกิจการขายผ้า เมื่อชาวสิกข์เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ก็ได้รวมตัวกันจัดตั้งสมาคมศรีคุรุสิงห์สภาขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เพื่อเป็นศูนย์กลางของชาวสิกข์ในประเทศไทย" (กุลธิดา  สามะพุทธ : สารคดี :  ๙๗) สำหรับชาวสิกข์ในภูเก็ตนั้นเข้ามาประมาณ ๗๐-๘๐ ปี มาแล้วโดยครั้งแรกนั้นเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปีนัง แล้วค่อยอพยพเข้ามาอยู่ในภูเก็ตในระยะแรกมีกลุ่มชาวสิกข์เพียง ๑๐ คน เข้ามาประกอบอาชีพขายผ้าอยู่บริเวณถนนถลาง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจดั้งเดิมของภูเก็ต แต่อยู่ในลักษณะคนต่างด้าวต้องเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่าง ภูเก็ตปีนัง ต่อมาเมื่อมีชาวสิกข์เข้ามาอยู่ในภูเก็ตมากขึ้น จึงได้จัดตั้งวัดสิกข์ (คุรุทวารา) ขึ้นบริเวณถนนสุทัศน์ ตรงข้ามกับเรือนจำภูเก็ต ในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ วัดคือศูนย์รวมของชาวสิกข์ทุกคนในจังหวัดภูเก็ต มีผู้นำชาวสิกข์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนายกสมาคมศรีคุรุสิงห์สภาของจังหวัดภูเก็ต คือ นายจี. ซิงห์ เศรษฐี  ชาวสิกข์ในภูเก็ตมีประมาณ ๒๐๐ คน เกือบทุกครอบครัวประกอบอาชีพขายผ้า มี ๒ ครอบครัว ที่ประกอบอาชีพขายเพชร และขายเฟอร์นิเจอร์ ส่วนมากตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณ หาดป่าตอง กะรน และในตลาดภูเก็ต ชาวสิกข์จะยึดมั่นอยู่ในคำสอนของคุรุอย่างเคร่งครัด และอยู่ในสังคมของชาวภูเก็ตอย่างสงบ ชาวสิกข์จึงเป็นส่วนหนึ่งของชาวภูเก็ตในปัจจุบันเพราะสามารถพูดภาษาไทย และภาษาไทยท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
ศาสนาฮินดู
เขียนโดย Administrator   
จันทร์, 11 กุมภาพันธ์ 2008

ศาสนาฮินดู

 ศาสนาฮินดูได้เข้ามายังดินแดนสุวรรณภูมิประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว ชาวอินเดียกลุ่มแรกที่เข้ามาเป็นพ่อค้ามุ่งจะเข้ามาค้าขายโดยตรง  นอกจากนี้ยังมีนักปราชญ์ ราชบัณฑิตต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านศาสนา ได้เข้ามาในดินแดนแถบนี้ทำให้อิทธิพลของศาสนาฮินดูได้แพร่กระจายทั่วสุวรรณภูมิ  นอกจากนี้การอพยพครั้งใหญ่ของชาวอินเดียคือในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และสมัยพระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราช เข้ามายึดครองอินเดีย  ชาวอินเดียเหล่านี้จึงเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนต่าง ๆ แถบสุวรณภูมิมากขึ้น

 สำหรับชาวอินเดียที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูเก็ตนั้นส่วนหนึ่งหนีความแห้งแล้ง ยากจน ในอินเดียมาแสวงโชคในดินแดนใหม่  เป็นชนผิวดำ (ดราวิเดียน) จากรัฐทางตอนใต้ เช่น รัฐทมิฬนาดู รัฐมัทราช และบริเวณอ่าวเบงกอล (บังคลาเทศในปัจจุบัน)  จากคำบอกเล่าของนาย เอ็ม วี ลู (นายห้างร้านไพรัช สโตร์) ประธานมูลนิธิภูเก็ต ตันดายูดาปานี  ได้อธิบายว่าชาวอินเดียในภูเก็ตได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานประมาณ ค.ศ.๑๙๔๐  เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งมาจากอินเดียโดยตรง ส่วนหนึ่งเดินทางมาจากมาเลเซีย การนับถือศาสนาฮินดูเป็นการนับถือกันอยู่ในเฉพาะกลุ่มของชาวอินเดียเท่านั้น  ต่อมาเมื่อชาวอินเดียอพยพมาเพิ่มมากขึ้น และได้ตั้งหลักแหล่งที่มั่นคงจึงจัดให้มีวัดขึ้นบริเวณแถวน้ำ (ถนนภูเก็ต) เป็นห้องแถวไม้ บริเวณร้านปืนสุทินในปัจจุบัน   ต่อมาชาวอินเดียเหล่านี้ได้ร่วมกันบริจาคเงินในการสร้างวัดแห่งใหม่ทีมีบริเวณกว้างขวางกว่าเดิม  ประกอบกับนายจินนาย่า เจ๊ะตี  ประกอบอาชีพให้เงินกู้และรับซื้อเศษเหล็ก  ซึ่งมีฐานะดี เป็นผู้ที่ชาวอินเดียในภูเก็ตให้ความไว้วางใจ ได้นำเงินมาฝากนายจินนาย่า เจ๊ะตี เพราะสมัยนั้นธนาคารยังไม่แพร่หลาย มีเฉพาะที่ชาร์เตอร์แบงค์เพียงแห่งเดียว  เงินจำนวนมากที่นายจินนาย่า เจ๊ะตี  ได้รับฝากไว้ส่วนหนึ่งรวมกับเงินบริจาคซื้อที่ดินบริเวณถนนสุทัศน์  ซึ่งเป็นที่ดินที่สร้างวัดอินเดีย ตันดายูดาปานีในปัจจุบัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
ข่าวและบทความอื่นๆ...
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 19 - 21 จาก 81

สมุดภาพเหมืองแร่

Polls

เหมืองแบบใด น่าสนใจมากที่สุด?
 

Who's Online

ขณะนี้มี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้151
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1005
mod_vvisit_counterทั้งหมด515093