Skip to content

Phuketdata

default color
Home arrow Search
อรุณรุ่งที่พุทธคยา:อรุณรัตน์ สรรเพ็ชร PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย ปาณิศรา ชูผล มทศ.   
อาทิตย์, 17 สิงหาคม 2008

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

อรุณรัตน์ สรรเพ็ชร

 

ฉันตื่นขึ้นมาด้วยเสียงกลองของวัดที่ลั่นเป็นสัญญาณให้พระสงฆ์ทำวัตรเช้า ฟังแล้วรู้สึกดี  เพราะวัดไทยพุทธคยา อบอุ่น สงบเงียบ เหมือนอยู่ในบ้านเมืองตัวเองอย่างไรอย่างนั้น เมื่อคืนฉันจึงหลับอย่างเต็มอิ่ม  เนื่องด้วยไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนวาน ประกอบกับนั่งรถอีกยาวไกล  กว่า ๙ ชั่วโมง  ขอเล่าย้อนไปเรื่องราวของเมื่อวานบางส่วนว่า   เมื่อรถเคลื่อนออกจากสนามบินโกลกัตตาหรือเมืองกัลกัตตา รัฐเบงกอล ที่เคยเป็นเมืองท่าและเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่อังกฤษเข้ามาครอบครอง  ในอดีตเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาก ฉันจึงพบเห็นสภาพต่าง ๆ ที่บางครั้งเกินจะบรรยาย (สำหรับฉันกับสิ่งที่ได้เห็นถ้าสิ่งไหนดูแล้วไม่สบายตา จะไม่ขอกล่าวไว้  ณ ที่นี้)   คณะ ฯ ของเรา ๔๑ ชีวิต  มีพระมหาจูม จากวัดไทยพุทธคยา อินเดีย และพระมหาแกะ จากกรุงเทพ ฯ ซึ่งร่วมเป็นพระวิทยากรในครั้งนี้  ได้ทำหน้าที่พระวิทยากรทันที รวมถึงแม่ชีบุญเรือง แม่ชีนันทิยา และแม่ชีสุแก่นธรรม  แต่ฉันไม่ค่อยได้ฟังเต็มที่นัก เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการสอดส่ายสายตาไปตามท้องถนน ทัศนาตึกรามบ้านช่อง และขณะเดียวกันก็ให้ฉงนสนเท่ห์ว่าทำไมคนขับรถทัวร์  ถึงได้กระแทกกระทั้นในการบีบแตรแทบทุกลมหายใจเข้าออก และขับปาดซ้ายปาดขวาทุกช่วงเวลาที่มีช่องว่าง ตลอดถึงลีลาการเบรครถในแต่ครั้งทำเอาฉันหัวคะมำไปชนเบาะหน้าได้เสมอ เมื่อฉันมองดูบนท้องถนนที่คราคร่ำไปด้วยยานพาหนะนานาชนิดก็ทำให้ฉันรู้แจ้งเห็นจริงขึ้นมาในทันที  ว่าหากรถคันไหนไม่บีบแตรรับรองไม่ได้ออกจากถนน เพราะต่างคนก็ต่างรีบไป การบีบแตรหมายถึงการให้สัญญาณในการขอทาง และเป็นการเตือนให้คน,รถ,สัตว์รับรู้ว่า..ได้โปรดหลีกทางให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด  และฉันยังเห็นบริเวณท้ายรถบรรทุกจะเขียนคำว่าโปรดบีบแตรไว้ทุกคัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้รู้สึกอนาทรร้อนใจกับเหตุการณ์เหล่านั้นกลับรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจซะมากกว่า

ด้วยระยะทาง ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร ทำให้คณะ ฯ ต้องแวะจอดเป็นระยะเพื่อถ่ายน้ำที่ติดตัวออก แต่อย่างที่รู้ห้องน้ำในอินเดีย สรรพคุณเกินบรรยาย ขนาดห้องน้ำของสถานีบริการน้ำมัน  ถ้าไม่จำเป็นในชีวิตนี้ก็ไม่อยากย่างกรายไปหา ในเมื่อลำบากนัก  เราก็ใช้ห้องน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกซะเลย (ยืมคำพูดพระอาจารย์มหาจูมมาใช้)  สำหรับฉันเคยมีประสบการณ์ลักษณะนี้มาแล้วเมื่อตอนไปประเทศเวียดนาม เลยรู้สึกไม่ค่อยอายฟ้าดินเท่าไหร่ (5555)  ด้วยคิดว่าทำอย่างไรให้ตัวเองอยู่ได้ในทุกสถานการณ์แล้วเราจะไม่ทุกข์ไม่ว่าอะไรจะมาเยือน (สาธุ)

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

 

                  ห้องน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกหน้าตาเป็นเยี่ยงนี้เอง

 

 ระหว่างทางที่แวะพัก   ฉันเห็นพระอาจารย์มหาจูมสั่งอะไรเป็นแก้ว    จากร้านเล็ก ๆ ข้างทางมาฉัน    เมื่อมองดูร้านฉันก็ทำหน้าแหย ๆ พระอาจารย์คงขำ ๆ ที่ฉันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อท่านเชิญชวนให้ดื่ม แถมฉันยังตั้งคำถามอันไม่ฉลาดออกไปอีกว่า ทานได้เหรอคะ เอ๋า ทำไมจะทานไม่ได้ในเมื่อคนเค้าดื่มกันทั้งประเทศ (นี่แหละฉันถามเองตอบเอง) เมื่อตามไปสำรวจอย่างจริงจังพบว่าสิ่งที่หลาย ๆ คนดื่มเป็นชานมแบบบ้านเรา  เพียงแต่นมที่ใส่เป็นนมแพะหรือนมวัวแทนนมข้นหวาน อินเดียเรียกว่า การัมจาย กลิ่นหอมเย้ายวนใจยิ่งนัก  แต่เมื่อฉันลองลิ้มชิมดู กลิ่นคาวของนมวิบวับเข้าจมูกจนต้องคืนคนที่ยื่นมาให้ แต่คนอื่น ๆ ที่ดื่มได้เค้าบอกว่าอร่อยล้ำ จากนั้นลองกัดจาปาตีไปกับเค้า ๑ แผ่น  รสชาติของแป้งนุ่มนวลกว่าโรตีบ้านเรามากมาย ที่อินเดียจะกินจาปาตีร่วมกับแกงผักแบบมังสวิรัตที่ประโคมใส่เครื่องเทศลงไปอย่างเผ็ดร้อน (คนอินเดียไม่นิยมกินเนื้อสัตว์ ) ฉันขอลองกะเค้ามั่ง    สุดท้ายถอยออกมายืนทำหน้าตาว่ากินไม่ได้อีกเช่นเคย  พร้อมทั้งคิดต่อว่าเจ้า  จาปาตี เนี่ยนะถ้าอยู่เมืองไทยฉันจะเอามาทานมข้นหวานและน้ำตาลกินกับชาดำเย็นคงสุดยอดไปเลย

คณะ ฯ ใช้รถทัวร์เป็นภัตตาคารสำหรับพระฉันอาหารเพล และอาหารเที่ยงของพวกเรา  ฉันรู้สึกสนุกสนานเอามาก ๆ กับการกินนอนบนรถแบบนี้  กินเสร็จก็เดินทางต่อ  สายฝนที่โปรยปราย กับอากาศหนาวในรถ ชวนให้หลับใหลซะนี่กระไร แต่ฉันต้องฝืน เพราะอยากรู้อยากเห็น  ฉันจึงทอดสายตามองไปด้านข้างรถ  เห็นผืนนาเป็นทิวแถวยาวเหยียดสุดลูกตา  อินเดียมีพื้นที่มากจริง ๆ ฉันค้นข้อมูลมาได้ว่าประเทศอินเดียมีพื้นที่ ๓,๒๘๗,๕๙๐ ตารางกิโลเมตร มีการเกษตรเป็นเศรษฐกิจหลัก ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสองข้างทางจึงมีพื้นที่ในการทำนาเป็นระยะไปโดยตลอด  ฉันได้เห็นแขกกำลังถอนกล้า ไถคราดนาด้วยวัว  และช่วยกันดำนา  นี่คือการลงแขกจริง ๆ เพราะคนแขก (อินเดีย) ช่วยกันทำ  ไม่แน่ใจว่าที่คนไทยใช้คำว่าลงแขกจะได้รากศัพท์มาจากแขกอินเดียช่วยกันดำนาหรือเปล่า ? (วิเคราะห์เอาเองนะ)

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา           
      ลงแขกดำนา (ลงแขกจริง ๆ เพราะแขกทำ)  

เช้านี้....(วันที่ ๒ กค.) โปรแกรมของการเดินทางหลังจากอาหารเช้า คือ ไปบ้านนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแก่เจ้าชายสิทธัตถะ ที่ใต้ต้นไทร ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี เมื่อไปถึงบ้านนางสุชาดาหรือที่เรียกอีกชื่อว่า สุชาฎากุฎีจะเห็นลักษณะเนินดินสูงประมาณ ๓ เมตร ที่ได้รับการขุดค้นทางโบราณคดีและก่ออิฐขึ้นรูปไว้ให้พอมองเห็นเค้าโครงคล้ายสถูป เชื่อกันว่าพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นผู้สร้าง  ฉันชื่นชมประเทศอินเดียมากเรื่องโบราณสถาน เพราะจะไม่มีการล่วงล้ำกร้ำกรายหรือบุกรุกเด็ดขาด  จะปล่อยให้เป็นสมบัติของชาติโดยไม่ทำอะไรรุกล้ำแนวเขต ฉันเห็นผู้หญิงใช้ศีรษะทูนของเดินกันเป็นแถว นี่เองคงเป็นที่มาของคำว่า เมืองแห่งคนใช้หัว  ซึ่งคำกล่าวนี้ไม่เกินความเป็นจริงเลย  และที่บ้านนางสุชาดาเช่นกันทำให้ฉันเห็นขบวนการขอทานเริ่มปฏิบัติการเพียงแต่ยังไม่รุนแรง มีขอทานตามรถพวกเรามาหลายช่วงอายุคน และมาขอด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน บางคนใช้ภาษามือ และส่งสายตาเว้าวอน พร้อมพูดว่า อาจ๊าน อาจาน หรือไม่ก็เรียกว่า รานี,มหารานี  โอ..ฉันควรจะภาคภูมิใจไหมนี่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นถึงรานี  ส่วนบางคนที่พูดอังกฤษได้ก็ขอรับบริจาคเงินให้โรงเรียน  เป็นต้น  และที่ตรงนี้เช่นเดียวกันที่ทำให้ต่อมช๊อปปิ้งของฉันเริ่มทำงานอย่างเป็นจังหวะ เพราะพ่อค้าหนุ่มแขก สีผิวเข้มข้น ตาคม (แพ้คนผิวเข้ม เอื๊อก ๆ ) ได้เดินตามตื้อฉันไปทุกย่างก้าวของการเดินวนรอบบ้านนางสุชาดา ด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยแข็งแรงทั้งของฉันและคนขาย ทำให้เราเหน็ดเหนี่อยไปตาม ๆ กันเพราะใช้ภาษามือ  ฉันรู้สึกสงสารแกมรำคาญเลยตัดสินใจซื้อสร้อยคอที่ทำจากเรซิ่นมา ๑๒ เส้น สนนราคา ๑๐๐ บาท จากราคาที่บอกครั้งแรก ๕๐๐ บาท (ดู่ดู๊ดูดูเธอทำ)

 

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

                                 

                                บริเวณบ้านนางสุชาดา

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา 
                  เมืองแห่งคนใช้หัว (จริงมั้ยดูเอาเอง)

จากนั้นเดินทางต่อมาที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา สถานที่พระพุทธเจ้าอธิษฐานจิตลอยถาดทองคำ แล้วทรงอธิษฐานว่า ถ้าจะได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาโพธิญาณ ก็ขอให้ถาดทองนี้ลอยทวนกระแสน้ำไปแม่น้ำเนรัญชรามีความยาวประมาณ ๑๕๐ ไมล์ กว้างประมาณครึ่งกิโลเมตร ในฤดูร้อนน้ำในแม่น้ำจะแห้งจนหมดเหลือเป็นหาดทราย ซึ่งสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาระหว่างบ้านนางสุชาดาและฝั่งพุทธคยาได้ เป็นโชคดีของฉันที่มาในช่วงมีน้ำ เลยทำให้ฉันจินตนาการย้อนอดีตไปในสมัยก่อนพุทธกาลที่พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานจิตได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน  จากนั้นคณะ ฯ ไปทอดผ้าป่าที่วัดไทยเนรัญชรา ที่สร้างอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ขบวนการขายสินค้าก็ยังปั่นจักรยานมาตามตื้อให้ซื้ออีก โดยพ่อค้าหน้ามลคนเดิม รวมไปถึงขบวนการขอทาน

 

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

                                   ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

 

 

 

ต่อด้วยการเดินทางไปนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ตอนที่คณะ ฯ ของเราไปมีนักท่องเที่ยวบางตา  ขอทานก็ไม่มากนัก คณะ ฯ ลงไปสวดมนต์ไหว้พระที่บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ และรับศีล ๘  ส่วนฉันโน่นเลย พอลงจากรถตรงลิ่วไปหาร้านขายของที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งถนน ได้หนุ่มพ่อค้าผิวเข้ม นามว่า โมนา คนเดิมที่ขายสร้อยฉันเมื่อตอนเช้า ที่พยายามตามตื้อมาตลอดเส้นทาง  มาเป็นไกด์พาเข้าร้านขายกำไล ตอนแรกฉันแวะร้านขายผ้าเพื่อหากระโปรงตามที่เจ้าต๋อยสั่ง แต่ไม่มีในราคาที่บอกและแบบไม่ถูกใจ ไม่สวยในความรู้สึกของฉัน เลยเดินไปร้านขายกำไล สวยมาก สวยจริง ๆ ละลานตาไปหมด แต่ราคายังสูงทั้ง ๆ ที่ต่อรองแล้ว เลยเดินมาอีกร้าน ดีไซด์ไม่สวยเท่าร้านแรก แต่ก็มีที่ถูกใจหลายวง เลยสอยมาซะหนึ่งถุง (ผู้หญิงอินเดียนิยมใส่กำไลหลายวงมากยาวเกือบถึงข้อศอก) ด้วยราคา ๕๐๐ บาท หากเป็นที่เมืองไทยคงประมาณ ๒ ๓ พันบาท จากนั้นเดินตัวปลิวตามคณะ ฯ ไปที่มหาเจดีย์พุทธคยา  ช่างกล้าหาญชาญชัยมาก   ที่ฉันเดินดุ่ย ๆ มาคนเดียวท่ามกลางแขกขอทานและพ่อค้าที่รายล้อมรอบตัวจนแทบจะก้าวขาไปทางไหนไม่ได้ เพราะพวกเค้ามารุมดักหน้าดักหลังจนหายใจหายคอแทบไม่ทัน

พุทธคยาสำคัญอย่างไร ? ถึงต้องมาเยือน  พุทธคยาเป็น ๑ ใน ๔ ของสังเวชนียสถาน ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า คือ เป็นที่ตรัสรู้  ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชราที่ฉันไปเยือนเมื่อเช้า อยู่ในตำบลคยา (GAYA)  รัฐพิหาร บริเวณนั้นจะประกอบไปด้วย มหาเจดีย์พุทธคยา ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย เรียกว่า พระพุทธเมตตา ชาวอินเดียและผู้ที่ไปจาริกแสวงบุญเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก, ต้นพระศรีมหาโพธิ์  เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้ เมื่อวันพุธขึ้น ๑๕  เดือนหก หรือเรียกว่าวันวิสาขบูชา, พระแท่นวัชรอาสน์ หรือ อปราชิตบัลลังก์ หรือ รัตนบัลลังก์เป็นที่ประทับนั่งตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์,และสัตตมหาสถาน  ที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้แล้ว     เช่น       อนิมิสเจดีย์,  รัตนจงกรม, ฆรเจดีย์, สระมุจลินทร์, เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช

 

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา 
    พระพุทธเมตตา/มหาเจดีย์พุทคยา/วัชรอาสน์/ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 กลับไปกินข้าวเที่ยง ณ วัดไทยพุทธคยาอีกครั้ง สำหรับช่วงบ่ายเดินทางไปทอดฝ้าป่า ณ วัดไทยมคธ ไม่ไกลจากวัดไทยพุทธคยามากนัก เสร็จจากทอดผ้าป่าก็แวะวัดนานาชาติ มีทั้งวัดญี่ปุ่น วัดพม่า วัดทิเบต พร้อมของขายสองข้างทาง ที่นี่เองฉันแทบเอาตัวไม่รอดจากบรรดาขอทานที่มารุมล้อมสกัดกั้นทั้งหน้าและหลัง  ฉันสงสารนะเพราะโดยส่วนตัวเป็นคนสงสารคนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  แต่ฉันไม่สามารถจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่คนใดคนหนึ่งได้ เพราะถ้าให้ไปแล้วฉันไม่รู้ว่าจะสามารถพาชีวิตรอดพ้นเงื้อมมือของเค้าเหล่านั้นมาได้หรือไม่  กระโดดขึ้นไปนั่งหอบบนรถเพราะหนีขอทาน  แต่ก็ยังไม่วายสอยผ้าห่มไปอีก ๒ ผืน ผืนละ ๕๐ บาท คล้าย ๆ ผ้าขาวม้าบ้านเราแต่ผืนใหญ่กว่า     ผ้าจะบาง ๆ คล้าย ๆ ผ้าฝ้าย  เอามาห่มกันยุงและเผื่ออากาศหนาว  คนขับรถและผู้ช่วยไกด์ชาวอินเดียที่ฉันเริ่มคุ้นเคยด้วยบ้างแล้วช่วยกันพวกขอทานออกไปจากฉัน (สุดยอดจริง ๆ)

 

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

 

                       วัดนานาชาติ(วัดญี่ปุ่น,วัดทิเบต,วัดพม่า)

ค่ำคืนนี้พักที่วัดไทยพุทธคยาอีกหนึ่งคืน เพื่อทอดผ้าป่า ส่วนวันพรุ่งนี้จะเดินทางต่อไปยังเมืองพาราณสีเพื่อล่องแม่น้ำคงคา  คืนนี้ฉันนอนช้ากว่าเมื่อคืน   เลยให้อ.เอี่ยมนภา   เล่าเรื่องเมืองพาราณสีให้ฟังจนผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้

 

 

อรุณรุ่งที่พุทธคยา

 

                      วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

ตอนต่อไป ของพิมพิกา
อรุณรุ่งที่พุทธคยา
บันนาส่าหรีมหานทีคงคา
เยือนดินแดนถิ่นองคุลีมาล
ชาติภูมิมหาบุรุษเอก
ตอนก่อนหน้านี้
ปฐมเหตุของการเดินทางไปอินเดีย 
ก้าวแรกที่โกลกัตตา

 

แสดงความคิดเห็นของผู้อ่าน

 

 

Posted on Thu 24 Jul 2008 15:08
อ่านแล้วก็อยากไปด้วยอ่ะค่ะ พี่พิม เรื่องวันนี้ความรู้เพียบ แต่ที่คุ้นเคยมากเลยก็คือเสียงแตรรถนี่แหละค่ะ บีบกันลั่นสนั่นเมือง บางคันเสียงเป็นจังหวะดนตรีด้วย มันส์..จริงๆ

ถ้าแบดไปอินเดียคราวหน้า จะหาซื้อส่าหรีมาตัดกระโปรงให้ได้เลย ถ้าไม่หมดความอดทนกับขอทานและพ่อค้าเร่ซะก่อนนะคะ


ว่าแล้วก็ขอภาคต่อไปเลยดีกว่าค่ะ อิ..อิ..
bazzybazza.diaryclub.com   
Fri 25 Jul 2008 8:30 [9]

สมแล้วนะคะที่พี่พิมเป็นนักเขียนหนังสือ เพราะเขียนได้ละเอียด แล้วสามารถนึกภาพตามไปด้วยได้

ชอบคำบรรยาย แขกดำค่ะ ฮาดี แต่เห็นเมืองทูนหัวด้วย ก็เมืองแห่งคนใช้หัวงัยคะ อิอิ
nongvenus.diaryclub.com   
Fri 25 Jul 2008 8:11 [8]

ฮ่าๆๆๆ ขำห้องน้ำใหญ่ที่สุดในโลก
หนูเด็กตจว.ค่ะ เคยไปป่ากับยายเมื่อเด็กๆ หาห้องน้ำไม่เจอ เคยใช้ค่ะห้องน้ำแบบนี้ กรั่กๆๆ แต่ต้องมองซ้ายมองขวาแล้วก็มองข้างล่างด้วยนะคะ กร๊ากก


แหม่ อ่านลงมาเจออร่อยล้ำ น่าลองดื่มนะคะ แต่หนูว่าคงคาวแบบพี่พิมบอกนะคะ

เมืองแห่งการใช้(ทูน)หัวนี่ ผุ้ชายเค้าก็ทำใช่ป่าว เหมือนชาวเขาที่เมืองไทยก็ทำนะคะหรือเปล่าค่ะพี่พิม

ว่าแต่คนรุมล้อมนี่ เหมือนตอนอ้อยไปกัมพูชาเลยค่ะ รุมกันแบบนี้ ติ๊กชีโร่ เจอรุมเยอะ (เชิญเค้าไปงานแลกเปลี่ยนฯ ของที่กรมฯ หะค่ะ) ถูกล้วงกระเป๋าของหายหมดเลย.....


วัดไทยสวยนะคะพี่พิม

ป.ล. ทำไมหนูไม่มีอะไรกระตุ้นใหอัพเลยนะ....จิรงๆ นะคะ ขี้เกียจมากถึงมากที่สุด อ่านของคนอื่นสนุกกว่า อิอิ
น้องอ้อย   
Fri 25 Jul 2008 5:52 [7]

อนุโมทนาด้วยนะคะ
เห็นหัวข้อผลุบโผล่อยู่หน้าไดเลยแวะเข้ามา

อยากบอกว่าพุทธคยาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยากไปมากที่สุด
มากกว่าฝรั่งเศสอีกอ่ะค่ะ


ผลบุญครั้งนี้ยิ่งใหญ่มหาศาลจริงนะคะ


ได้แต่อ่านประวัติของพระพุทธเจ้า
คนที่ได้ไปสัมผัสสถานที่จริงนี่โชคดีจริงๆค่ะ :-)



fivecents.diaryclub.com   
Thu 24 Jul 2008 23:38 [6]

อ๋าว..เล่นจบลงซะงั้น..โฮ่ ๆ ...แม่นางรานี..พี่พิม..ต๊ายหนูสั่งกระโปงสาหรี่นะ..ไม่ได้ชิมิ..วิ้ว ๆ ตอนหนูอ่านเจอ“จาปาตี” พี่พิมบอกว่า..นุ่มเหมือนโรตี เขาใช้กินกับแกง หนูนึกถึงสัขยากับนมข้นหวานเหมือนกัน..พลาดแล้วใช่ไม๊ที่ไม่พกนมข้นหวานไป..ถ้าหนูไป..คงแบบว่า..ไม่ได้เก็บรายละเอียดมามากมายแบบพี่..ดังนั้นคิดว่า..อ่านจากพี่ดีกว่าไปเที่ยวเองแน่ ๆ แถม เจอสุขาแบบนั้นอีก..คงได้กรี๊ดดลั่นทุ่งแน่ ๆ เข็นตอนต่อไปออกมา..ไปก๊อก ๆ เรียกด้วยนะค่ะ
ketkaew.diaryclub.com   
Thu 24 Jul 2008 8:43 [5]

กะลังเพลิน จบซะแระ

แหะ ๆ ล้อเล่น คะ พี่พิม

โห.. พี่พิม เขียนเสร็จแล้ว ยังอุตส่าห์ ไปเรียก ให้มาอ่าน ยังมามีต่อว่า เน๊อะ ยายนี่นี่ มันน่านัก ^^"

เป็นการเดินทางที่ น่าจะสนุก และ มันส์ มาก ๆ นะคะ พี่พิม มีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดเวลา นอกจากเรื่องการตามรอยพระพุทธเจ้า แล้ว ยังได้สัมผัสเรื่องราว จริง ๆ จากที่ได้อ่านจากหนังสือ มามากต่อมากแล้ว เน๊อะ พี่พิม อ่านไดฯ พี่พิมแล้ว ก็ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเหมือนกันนะคะ เนี้ย

ขอบคุณมากนะคะ พี่พิม ^^
ban2pak.diaryclub.com   
Thu 24 Jul 2008 2:54 [4]

อ่านแล้วก็ใคร่อยากไปอินเดียจริงๆ
เป็นหนึ่งในสองประเทศที่เป็นต้นแบบศิลปะของเอเชียตะวันออกเฉียงมาทางบ้านเรา (ทิศไหนก้อจำไม่ได้ ฮ่าๆๆ) ร่ำเรียนแล้วบางทีก็ร้อนวิชา อยากเห็นของจริง

รุ่นพี่ที่ศิลปากรจะจัดไปกันสิบกว่าวันเดือนหน้า ราคาถูกมากๆ

แต่ติดภาระดูแลป้า เฮ้อ

อ่านไดพี่พิมไปก่อนก็แล้วกัน
heroine.diaryclub.com   
Thu 24 Jul 2008 0:06 [3]

วันนี้พี่พิมน่ารักที่ซู๊ดดดด
มาอัพให้อ่านแบบสะใจไปเลยค่ะ ทั้งรูปและเนื้อหา

แอบฮากับห้องน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก อิอิ
เรื่องอาหารการกินที่พี่พิมกินไม่ค่อยได้ งั้นแบบนี้กลับมาก้อผอมแย่อ่ะจิ (หรอป่าวก้อม่ะรุ้ 555)

เรื่องพ่อค้าแม่ค้าที่ตื้อ ๆ คิดว่าจะมีแต่มีเมืองไทยซะอีกนะเนี่ย
ท่าทางพี่พิมจะขนกลับมาเพียบแน่ ๆ เลยงานนี้
เอิ่มม....มีมาฝากน้อง ๆ ทางนี้บ้างไหมเคอะ หุหุหุ

งานนี้ต้องขอบคุณพี่พิมหลาย ๆ ที่กลับมาอัพแบบเต็มสตรีมให้ได้อ่านกันอีกครั้ง ขอบคุณมั่ก ๆ คร่า......


^_________^
plakrapong.diaryclub.com   
Wed 23 Jul 2008 22:06 [2]

ถ้าได้ไปเที่ยวแบบนี้บ้างก็ดีมากเลยนะคะ สวยแบะได้ ปสก ด้วยค่า

วัดไทยสวยมาก ไม่เหมือนวัดที่นี่ เหมือนโบสถฺอ่ะค่ะ ไม่สวย ><

justinandjaden.diaryclub.com   
Wed 23 Jul 2008 20:55 [1]

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( พุธ, 20 สิงหาคม 2008 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

สมุดภาพเหมืองแร่

Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้452
mod_vvisit_counterเมื่อวาน3047
mod_vvisit_counterทั้งหมด6615374