Skip to content

Phuketdata

default color
Home arrow News arrow พังงาศึกษา arrow จันทิมา นพสถิตย์:คติชนหมู่บ้านนาหมอบุญ
จันทิมา นพสถิตย์:คติชนหมู่บ้านนาหมอบุญ PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย ปาณิศรา ชูผล มทศ.   
Friday, 16 December 2016

คติชนในหมู่บ้านนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

๑. มุขปาฐะ

          ๑.๒. คำทุกภาษา

                   ๑.๒.๑. มะม่วงหิมพานต์ = ยาร่วง  (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒. ชมพู่ = น้ำดอกไม้ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓. ฝรั่ง = ชมโพ่ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔. ฟักทอง = น้ำเต้า (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕. ฟัก = ขี้พร้า (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖. ขมิ้น = ขี้หมิ้น (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗. ตะไคร้ = ไคร (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๘. พริก = ดีปลี (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๙. ข้าวโพด = คง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๐. มะละกอ = ลอกอ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๑. สับปะรด = หย่านัด (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๒. ดอกมะลิ = ดอกมะเละ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๓. แตงโม = แตงจีน (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๔. ตำลึง = ผักหมึง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๕. รสสุคนธ์ = ย่านปด (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                             ๑.๒.๑๖. หม้อข้าวหม้อแกงลิง = หม้อลิง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๗. ละมุด = มุดรั่ง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๘. โง่ = โม่, โบ่ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๑๙. วัว = ฮัว (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๐. เจ้าชู้ = อ้อร้อ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๑. ทุกข์ ลำบาก = เสดสา (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๒. กลับบ้าน = หลบเริน (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๓. เยอะๆ หลายๆ = ลุย (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๔. ไปไหน มาไหนคนเดียว = มาแต่สวน (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๕. แฟน = แควน (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๖. ตะหลิว = หวัก (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๗. ชะมด = มูสัง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๘. อร่อย = หรอย (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๒๙ อร่อยมาก = หรอยจังหู (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๐. ไม่ทราบ = ม่ารู่ม้าย (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๑. ขี้เหร่ = โมระ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๒. เป็นห่วง = หวังเหวิด (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๓. ศาลา = หลา (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๔. ภาชนะสำหรับตักน้ำในบ่อ = ถุ้ง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๕. รีบเร่ง ลนลาน = ลกลก (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๖. อาการบ้าจี้ = ลาต้า (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๗. ขว้างออกไป = ลิว, ซัด (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๘. ซอมซ่อ = ม่อร็อง, หม็องแหม็ง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๓๙. เก่าๆ,ขาดๆ = ร้าย (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๐. โลภมาก = ตาล่อ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๑. โกรธ = หวิบ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๒. โกรธมาก =, หวิบหูจี้ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๓. บ๊อง = เบร่อ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๔. ทำไม = ไซ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๕. อย่างไร = พันพรือ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๖. โกหก =, ขี้เท็จ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๗. กระท่อม = หนำ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๘. อีกแล้ว = หล่าว (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๔๙. กะละมัง = โคม (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๐. เลอะเทอะ = หลูหละ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๑. หกนองพื้น = เพรื่อ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๒. ทิ้ง = ทุ่ม (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๓. อาการขว้างสิ่งของลงบนพื้น = ฟัด (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๔. กัด = ขบ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๕. กัดแทะ โดยใช้ฟันหน้า = คล็อด (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๖. กลิ่นฉุน = ฉ็อง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๗. ดื้อรั้น = ช็องด็อง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๘. กินไม่หมด = แหญะ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๕๙. เอาเงินไปแลก = แตกเบี้ย (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๐. สะใจดี = ได้แรงอก (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๑. เขียง = ดานเฉียง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๒. นิ่งเสีย, นิ่งเดี๋ยวนี้ = แหน่งกึ๊บ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๓. ผงชูรส = แป้งหวาน (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๔. บริเวณที่ลุ่ม มีน้ำแฉะ = โพระ  (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๕. ก็เพราะว่า = เบ่อ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๖. คาดว่า = สาว่า (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๗. เศษเหรียญ = ลูกตาง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๘. จะไป = อีไป (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๖๙. รีบ = แขบ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๐. โดน(สัมผัสเบาๆ) = แท่ง (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๑. แอบ = หยบ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๒. รู้ความ = รู้สา (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๓. รู้สึก(รังเกียจ) = สา (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๔. กะปิ = เคย (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๕. น้ำพริก = น้ำชุบ (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๖. เอาอีกแล้ว = เอาแหล่วหลาว (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒.๗๗. ตะปู = เหล็กโคน (ฟอง  กาญจนา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

          

           ๑.๔ คำสาบาน

                   ๑.๔.๑ ขอสาบานว่าถ้าพูดหกข้อให้รถเหยียบให้ตาย (สังคม  นพสถิตย์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๔.๒ ข้าพเจ้าขอสาบานว่าจะทำตามที่พูดถ้าไม่ทำตามขอให้มีอันเป็นไป             (สังคม  นพสถิตย์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

          ๑.๕ คำอธิษฐาน

                   ๑.๕.๑ ขอให้อย่าลืมอย่าไข้อย่าพอเจอโรคภัยไข้เจ็บ (คุ้ม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๕.๒ ขอให้พ่อแม่หายจากเจ็บป่วยอยู่เย็นเป็นสุข (คุ้ม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๕.๓ ขอให้ชีวิตมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาอย่าพออย่าเจอสิ่งที่ไม่ดี (คุ้ม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๕.๔ ขอให้ลูกมีการงานที่ดีมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ (คุ้ม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)   

                   ๑.๕.๕ ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญในชีวิตคิดอะไรสมใจหวังทุกอย่าง (คุ้ม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

         

          ๑.๖ คำอวยพร

                   ๑.๖.๑ ขอให้อยู่ดีมีสุขความทุกข์อย่าพบพานขอให้ผ่านดังใจหวัง (จินดา  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๖.๒ ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขเงินทองไหลเข้ามาเทเข้ามาอย่าให้ขาด (จินดา  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๖.๓ ขอให้อย่ามีโรคภัยไข้เจ็บโรคร้ายอย่าเจอสุขกันทั่วหน้า (จินดา  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

                   ๑.๖.๔ ขอให้เดินทางปลอดภัยไม่คิดมากความลำบากจะผ่านไปนะลูก (จินดา  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๖.๕ ขอให้มีความเจริญในหน้าที่การงาน พบเจอเพื่อนที่ดี พาสู่ความมั่นคง (จินดา  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

           ๑.๗ คำอุทิศ

                   ๑.๗.๑ ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ที่ข้าพเจ้าได้ทำไปทำให้เจ้ากรรมนายเวร ส่งผลถึงขอให้ไดรับกันทั่วหน้าเทอญ (วิน  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๗.๒ ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำไปส่งผลแก่ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วขอให้ได้รับสมบัติทิพย์ อาหารทิพย์ ผลบุญด้วยเทอญ (วิน  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

          ๑.๑๒ นิทาน

                   ๑.๑๒.๑ นิทาน เรื่อง นายดั้น

           นายดั้น เป็นคนตาบอดใส อยากได้นางริ้งไรเป็นภรรยา จึงส่งคนไปสู่ขอและนัดวันแต่ง โดยฝ่ายนางริ้งไรไม่รู้ว่าตาบอด เมื่อถึงวันแต่งงานนายดั้นพยายามกลบเกลื่อนความพิการของตนโดยใช้สติปัญญาและไหวพริบต่าง ๆ แก้ปัญหา เมื่อขบวนขันหมากมาถึงบ้านเจ้าสาว เจ้าภาพขึ้นบนบ้าน นายดั้นกลับนั่งตรงนอกชาน เมื่อคนทักนายดั้นจึงแก้ตัวว่า "ขอน้ำสักน้อย ล้างตีนเรียบร้อย จึงค่อยคลาไคล ทำดมทำเช็ด เสร็จแล้วด้วยไว แล้วจึงขึ้นไป ยอไหว้ซ้ายขวา"

           ขณะอยู่กินกับนางริ้งไร วันหนึ่งนางริ้งไรจัดสำรับไว้ให้แล้วลงไปทอผ้าใต้ถุนบ้าน นายดั้นเข้าครัวหาข้าวกินเองทำข้าวหกเรี่ยราดลงใต้ถุนครัว นางริ้งไรร้องทักว่าเทข้าวทำไม นายดั้นจึงแก้ตัวว่า "เป็ดไก่เล็กน้อยบ้างง่อยบ้างเพลีย ตัวผู้ตัวเมีย ผอมไปสิ้นที่ อกเหมือนคมพร้า แต่เพียงเรามา มีขึ้นดิบดี หว่านลงทุกวัน ชิงกันอึ่งมี่ กลับว่าเรานี้ ขึ้งโกรธโกรธา"

           วันหนึ่งนางริ้งไรให้นายดั้นไปไถนา นายดั้นบังคับวัวไม่ได้ วัวหักแอกหักไถหนีเตลิดไป นายดั้นจึงเที่ยวตามวัว ได้ยินเสียงลมพัดใบไม้แห้งชายป่า เข้าใจว่าเป็นวัว จึงวิดน้ำเข้าใส่เพื่อให้วัวเชื่อง นางริ้งไรมาเห็นเข้าจึงถามว่าทำอะไร นายดั้นได้แก้ตัวว่า "พี่เดินไปตามวัว ปะรังแตนแล่นไม่ทัน จะเอาไฟหาไม่ไฟ วิดน้ำใส่ตายเหมือนกัน ครั้นแม่บินออกพลัน เอารังมันจมน้ำเสีย"

           อยู่มาวันหนึ่งนายดั้นจะกินหมาก แต่ในเชี่ยนหมากไม่มีปูน จึงร้องถามนางริ้งไร นางบอกที่วางปูนให้ แต่นายดั้นหาไม่พบ ได้ร้องถามอีกหลายครั้งแต่ก็ยังหาไม่พบ นายดั้นจึงร้องท้าให้นางริ้งไรขึ้นบ้านมาดู หากปูนมีตามที่บอก จะยอมให้นางริ้งไรเอาปูนมาทาขยี้ตา นางริ้งไรจึงเอาปูนมาทาขยี้ตานายดั้น นายดั้นถือโอกาสจึงร้องบอกว่าตาบอดเพราะปูนทา นางริ้งไรจึงต้องหายามารักษาจนตาหายบอดได้บวชเรียน (อาคม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                    ๑.๑๒.๒ นิทาน เรื่อง กินเหล้าแล้วอายุยืน

           นานมาแล้วมีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งชอบกินเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ งานการก็ไม่เคยนำพาเรื่องบุญกุศลก็ไม่เคยทำ แต่การทำบาปแกก็ไม่เคยทำเช่นกัน ครอบครัวของแก มีอยู่ด้วยกันสามคน คือ ตัวแกเองพร้อมด้วยเมียและลูกอีกคนหนึ่ง ชายคนชอบกินเหล้าผู้นี้คิดอยู่เสมอว่าก่อนที่แกจะตายลงนั้นก็ขอให้ลูกชายได้บวชเสียก่อน เพราะแกอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูก แต่ชายคนนั้นก็ได้ตายลงเสียก่อนที่จะได้บวชลูก เมื่ออายุของแกได้ห้าสิบปีพอดี ก่อนที่จะตายนั้น แกได้สั่งให้ลูกเมียของแก เอาเหล้าใส่โลงไปด้วยสักสองสามขวดเผื่อหิวเหล้าขึ้นมาก็จะได้กินในปรโลก

           เมื่อชายคนนั้นได้ลงไปอยู่ในเมืองนรกแล้ว ยมบาลก็ถามว่า "ทำไมถึงได้ชอบกินเหล้านักล่ะ เหล้านั้นมันเอร็ดอร่อยมากหรือไรกัน" แกก็ตอบออกไปว่า "อันเหล้านั้น ถ้าได้กินมันเข้าไปแล้ว ก็จะรู้รสชาติทันทีว่า ไม่มีอะไรแล้วในโลกมนุษย์จะอร่อยเท่า บอกไม่ถูกอธิบายไม่ได้ว่ามันมีรสชาติอย่างไร ต้องกินดูเองถึงจะรู้" ยมบาลจึงพูดว่า "ในเมืองนรกของเรานี้ไม่มี ไม่งั้นแล้วเราจะลองชิมดูว่ามันจะเอร็ดอร่อยเหมือนดังคำกล่าวของท่านจริงหรือไม่"

          ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นจึงบอกกับยมบาลว่า แกได้นำมันมาด้วย ถ้ายมบาลจะลองชิมดูก็มีให้ลอง ยมบาลจึงได้ชิมเหล้าของชายคนนั้นเข้าไป ชิมไป ๆ ยมบาลก็ชักติดใจในรสชาติของมัน จึงได้ขอเหล้าชายคนนั้นกินจนหมดขวด ยมบาลจึงได้เมาขึ้นมาทันที เพราะไม่เคยกินเหล้ามาก่อนหรือเพราะคอยังอ่อนอยู่นั่นเอง

           ในเวลาต่อมา ยมบาลก็ได้ชอบพอกันกับชายคนนั้น จนกระทั่งสัญญาเป็นเพื่อนเกลอกัน แล้วบอกชายคนนั้นว่า "ถ้าแกต้องการอะไรที่พอผ่อนปรนกันแล้วก็ขอให้บอกมาเถิดเราจะช่วยเหลือ" ชายคนนั้นจึงบอกยมบาลว่า "ในชีวิตของแกไม่เคยได้ทำบุญอะไรเลย แกจึงอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายสักครั้ง" แล้วแกจึงขอร้องต่อยมบาลว่า "ขอมีอายุต่อไปอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น เพื่อบวชลูกชายได้หรือไม่" ด้วยความรักใคร่สงสารต่อชายผู้นั้นเป็นพิเศษ ยมบาลก็อนุญาตด้วยการต่ออายุให้ แล้วลงไว้ในบัญชีของยมโลก โดยยมบาลเพิ่มอายุให้อีกหนึ่งปี จึงได้เขียนเลข ๑ ต่อจากเลข ๕๐ ซึ่งเป็นอายุขัยของชายผู้นั้นลงในบัญชีทันที แต่ด้วยความเมาของยมบาลเอง จึงเลยลืมลบเลข ๐ ออกเสียก่อน จึงกลายเป็นว่าชายคนนั้นมีอายุไปจนถึง ๕๐๑ ปี

           เมื่อยมบาลต่ออายุให้แล้ว ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นก็ได้ฟื้นกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง แกก็ได้จัดการบวชลูกชาย จนได้เห็นชายผ้าเหลืองสมความตั้งใจแล้ว แกก็รอวันตายของแกเรื่อยมาแต่ก็ไม่ตายสักที จนกระทั่งเมีย ลูก หลาน เหลน ได้พากันตายไปแล้วเกือบทุกคนแต่แกก็ยังไม่ตายอยู่นั่นเอง ทำให้ชายผู้นั้นมีชีวิตอยู่อย่างทรมานใจเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องอยู่ และเห็นคนที่แกรักตายจากไปทีละคนสองคนอยู่เสมอ (อาคม  บุญมี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

           ๑.๑๓ เนื้อเพลงเปล

                   ๑.๑๓.๑ เพลงนอนเสียน้องนอน

                              ฮาเอ้อ...เหอ...นอนเสียน้องนอน นอนให้หลับดี

                              แม่ซื้อทั้งสี่ มาช่วยพิทักษ์รักษา

                              อาบน้ำป้อนข้าว รักษาเจ้าทุกเวลา

                              มาช่วยพิทักษ์รักษา เด็กอ่อนนอนใน...เปล...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๒ เพลงไปคอน

                              ฮาเอ้อ....เหอ...ไปคอนเหอ ไปซื้อผ้าลายทองสลับ

                              ซื้อมาทั้งพับ สลับทองห่างห่าง

                              หยิบนุ่งหยิบห่ม ให้สมขุนนาง

                              สลับทองห่างห่าง ทุกหมู่ขุนนาง...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                             ๑.๑๓.๓ เพลงลูกชาวชาวปากพนัง

                              ฮาเอ้อ...เหอ...ลูกสาวเหอ ลูกชาวชาวปากพนัง

                              เอวกลมนมตั้ง นั่งทำเคยแผ่น

                              ปั้นให้กลมกลม ข่มให้แบนแบน

                              นั่งทำเคยแผ่น ลูกสาวชาวปากพนัง...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๔ เพลงพระสังข์

                              ฮาเอ้อ...เหอ...พระสังข์เหอ สมเพทเวทนาลูกหอยสังข์

                              เขาเกลียดเขาชัง พระสังข์อยู่ในรูปเงาะ

                              คนทั้งเพเขาเดินดิน พระสังข์เนื้อนิลถือไม้เท้าเหาะ

                              พระสังข์อยู่ในรูปเงาะ เหาะตามนางรจนา...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๕ เพลงนางมโนราห์

                              ฮาเอ้อ...เหอ...นางน้องเหอ น้องนางโนราห์

                              หนีพ่อแม่มา อาบน้ำในสระ

                              นายพรานคล้องได้ พาไปถวายพระองค์

                              อาบน้ำสระสรง หลงด้วยนายพรานป่า...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๖ เพลงตาแป๊ะหนวดยาว

                              ฮาเหอ...เหอ...ตาแป๊ะหนวดยาวเหอ ถึงคราวสิ้นทุกข์

                              เอาศพใส่โลงดีบุก ไปค้างในดอนดง

                              ลูกเจ้าจอมหม่อมลับ ถือฉัตรถือธง

                              เอาศพไปค้างในดอนดง ค่อยปลงเมรุ...ใหญ่...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๗ เพลงเมืองนคร

                              ฮาเอ้อ....เหอ...เมืองนครเหอ แต่ก่อนเขาเล่าลือมา

                              พระยาศรีธรรมโศกราชมีวาสนา ก่อพระบรมธาตุยอดทองคำ

                              มีมหาชนมาบูชา ผู้คนมานับถืออุปถัมภ์

                              ก่อบรมธาตุยอดทองคำ เช้าค่ำให้คนมา...ไหว้...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๘ เพลงไอ้หูก

                              ฮาเอ้อ...เหอ...ไอ้หูกเหอ ลูกไก่หางหลุ้น

                              ข้าหลวงญี่ปุ่น ชันชีจับเด็ก

                              จับพวกสาวสาว บ่าวบ่าวไว้ทำมหาดเล็ก

                              ชันชีจับเด็ก จับสิ้นทั้งเมือง...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๙ เพลงไปคอน

                              ฮาเอ้อ...เหอ...ไปคอนเหอ ไปแลพระนอนพระนั่ง

                              พระพิงเสาตั้ง หลังคามุงเบื้อง

                              เข้าไปในห้อง ไปแลพระทองทรงเครื่อง

                              หลังคามุงเบื้อง ทรงเครื่องดอกไม้ไหว...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๑๐ เพลงแทงต้มลากพระ

                              ฮาเอ้อ...เหอ...นอนเสียน้องนอน แม่ไปบ้านหัวนอนสักเดียว

                              ไปเซ้อสารเหนียว แทงต้มลากพระ

                              ถกโถกแพงแพง แม่อี้แดงมันไม่ละ

                              แทงต้มลากพระ ให้หนุกสักคราวเดียว...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๑๑ เพลงไก่เถื่อน

                              ฮาเอ้อ...เหอ...ไก่เถื่อนเหอ ขันเทือนทั้งบ้าน

                              ลูกสาวขี้คร้าน นอนให้แม่ปลุก

                              ฉวยได้ด้ามขวาน แยงวานดังพลุก

                              นอนให้แม่ปลุก ลูกสาวขี้คร้านงาน... เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๑๒ เพลงหมากอ่อน

                              ฮาเอ้อ...เหอ...หมากอ่อนเหอ ผ่าน้ำแล่นล่องทั้งสองสี

                              พอเยื่อพอเปลือกช่างงามดี ราศีของเจ้าไม่เศร้าหมอง

                              รูปร่างของเจ้าดีดัก เหตุไหรยอดรักมาดอกทอง

                              ราศีของเจ้าไม่เศร้าหมอง ให้คนเที่ยวมองเล่น...เหอ (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๓.๑๓ เพลงนกเปล้า

                              ฮาเอ้อ....เหอ...นกเปล้าเหอ มันเล่านิทานกันหลอแหล

                              ลูกไม่ฟังแม่ ลูกเหอจะดีต่อใด

                              เสาเรือนไม้หมาก ฟากเรือนไม้ไผ่

                              ลูกเหอจะดีต่อใด เมื่อลูกไม่ตามคำแม่...เหอ... (อารมณ์ อนุรักษ์  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

           ๑.๑๖ เนื้อเพลงประกอบการละเล่น

                   ๑.๑๖.๑ มอญซ้อนผ้า

                              อีมอญซ้อนผ้าตุ๊กตาอยู่ข้างหลังใครไม่ระวังฉันจะตีก้นเธอ (ลำดวน  เกิดศิริ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๖.๒ จุ้มจี้จุ้มจวด

                              จุ้มจี้จุ้มจวดพาลูกไปบวช ในวัดในวาพอสึกออกมา  ตุ๊กตาพุงป่องทำท่าไหว้ก็อง ป๋องหล่นใส่หัว ทำท่าไหว้ไหว้ผัวชัดพลัดคลอง (ลำดวน  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๑๖.๓ บ้านทรายผีสิง

                              บ้านผีสิงตบชั้นเป็นบ้านแม่นาค ตบชั้นล่างเป็นบ้าผีสิง ตบหน้าตบหลังตบ พร้อม ๆ กันชักกะเป่ายิ้งฉุบ (ลำดวน  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                  

                   ๑.๑๖.๔ บ้านทราย

บ้านทรายทองมีชั้นบน มีชั้นล่างมีด้านหน้ามีด้านหลังมีพร้อม ๆ กันชักกะเป่ายิ้งฉุบชักกะเป่ายิ้งฉุบ (ลำดวน  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

           ๑.๒๓ ปริศนาคำทาย

                   ๑.๒๓.๑ ไอไหร้เห้อต้นเท่านิ้วก้อยพระนั่งห้าร้อยไม่หัก

                              ตอบ  ต้นดีปลี (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๒ ไอไหร้เห้อต้นเท่าโพนลูกโหยนไปไกล

                          ตอบ  ต้นยาง (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๓ ไอไหร้เห้อพระไอไหร้อยู่ปลายสุด

                              ตอบ  พระยอด (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                             ๑.๒๓.๔ ไอไหร้เห้อต้นเท่าครกลกดกรอบแขน

                              ตอบ  โพน (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๕ ไอไหร้เห้อต้นเท่าลำแขนเป็นลูกหนวยเดียว

                          ตอบ  ลูกสับปะรด (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๖ ไอไหร้เห้อมาแต่เมืองนอกยังดอกหาไหม้ใบ

                              ตอบ  ดอกฝน (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๗ ไอไหร้เห้อตัวแดงหัวลานกินข้าวเช้าเที่ยงค่ำกินไม่ได้

                              ตอบ  พระ (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๘ ไอไหร้เห้อเขียวเหมือนพระอินทร์ข้างในกินล้วมัน

                              ตอบ  พร้าว  (มะพร้าว) (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๙ ไอไหร้เห้อต้นเท่าหิดมีฤทธิ์เหลือเหตุ

                              ตอบ  ดีปลี  (พริกขี้หนู) (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๓.๑๐ ไอไหร้เห้อยักไอไหร้ไม่กินคน

                                ตอบ  ยักคิ้ว (สมปอง  เกิดศิริ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

          ๑.๒๖. ภาษิต

                   ๑.๒๖.๑ ใหญ่พร้าวเฒ่าลอกอ = อายุมากเสียเปล่าไม่ได้มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๒ หางเตาค่ากับหางแลน = ขิงก็รา ข่าก็แรง (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๓ กินค่าเข้ารั้ว ทำค่าไม้โท้ = กินมากแต่ทำน้อย (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๔ พร้าวก้าออกโลกเป็นพร้าว = เริ่มเหตุไว้อย่างไร ผลที่ตามมาก็เป็นตามเหตุ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๕ ทำงานสงหมาพอพ้นซั้ง = ทำงานแบบขอไปที (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๖ หมาเห่าเรือบิน = พูดจาเกินฐานะ หรือทำอะไรไม่เจียมตัว (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๗ พูดค่าดอกออกไปค่าวา = นำเรื่องไปเสริมต่อเกินไปจากที่ได้ยินมา (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๘ วัวไคเข้าคอกคนนั้น = ใครทำกรรมดีชั่วย่อมได้รับกรรมตามที่ตนกระทำ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๙ ตัวไหนตากตัวนั้นไข = กินปูนร้อนท้อง หรือ วัวสันหลังหวะ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๐ ไม่เต็มแล่ง = บ้าๆบอๆ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๑ สามน้ำไม่เปื่อย = ทำเป็นเฉื่อยชาเกียจคร้าน แบบทองไม่รู้ร้อน (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๒ หมาหัวเน่า = กะโถนท้องพระโรง (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๓ ยิงช้างอย่าหมายช้าง = การทำงานใหญ่ ๆ อย่าหวังว่าจะได้รับผลตามที่คิด (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๔ เสาเรินอยู่บนหอพาย = คนจรจัด (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๕ ฝัดด้งเปล่า = ความหวังเหลวเป็นน้ำต้องเสียแรงเปล่า (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๖ นั่งในด้งยกตัวเอง = คนที่ยกยอตนเอง (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๗ เย็บจากมุงท็อง = เกี่ยวแฝกมุงป่า (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๘ อย่าฝากกล้วยไว้เด็ก อย่าฝากเหล็กไว้ช่าง = อย่าฝากอะไรที่ผู้รับจะได้ประโยชน์โดยตรง เขามักเบียดบังเอาผลประโยชน์ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๑๙ ทำไม่สอกไม่เคลื่อน = ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๒๐ ทุกหนักจะจม = โลภนักมักลาภหาย ทำเกินกำลังมักเสียหาย (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๒๑ ควายโม่ชนนาน = คนที่ไม่ใช้ความคิดมักทำอะไรสำเร็จช้า (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๒๒ ตีเมียอย่าดูหน้า ฟั่นพร้าอย่าดูคม = เมื่อต้องใช้ความเด็ดขาด อย่าได้อาลัย-

อาวรณ์ กับสิ่งเล็กๆน้อยๆ เดี๋ยวใจอ่อนเสียก่อน (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๒๓ เจ็กไม่ตาย ผ้าลายโข = ตราบใดที่ยังมีผู้ผลิตอย่าวิตกว่าจะไม่มีของใช้ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖..๒๔ หมาเห่าใบตองแห้ง = อวดโม้แต่ปากอย่าได้กลัว หรือ พูดปาวๆ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖..๒๕ ไม่มีสักสิงห์ลิงไม่พัง = เมื่อมีเรื่องเสียหาย ย่อมมีผู้ก่อเหตุเสมอ (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๖.๒๖ ลอยช้อนตามเปียก = ชอบเออออ ห่อหมก กับเขาเสมอไป (อาภรณ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

           ๑.๒๙ สำนวน

                   ๑.๒๙.๑. กลองโนรากลองหนัง ดังกว่ากลองวัด

                              หมายถึง สนใจความบันเทิงมากว่าสนใจธรรมะ (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๒. เกลียดขี้ขี้ตาม เกลียดความความคิด

                              หมายถึง เกลียดสิ่งใด มักได้สิ่งนั้น (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๓. ไก่ดีตีเมื่อหล้า ไก่ขี้ข้าตีหัวที

                              หมายถึง ไก่ตัวเก่งมักชนกันเป็นคู่ท้ายๆ ส่วนไก่รองบ่อนมักชนกันเป็นคู่แรกๆ (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๔. ขวัญข้าวเท่าหัวเรือ ขวัญเกลือเท่าหัวช้าง

                              หมายถึง การรู้จักบุญคุณของสิ่งที่ให้คุณแก่ชีวิตเรา ดังเช่นข้าวและเกลือ      (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๕. ข้างในไฟคลอก ข้างนอกวันทอ

                              หมายถึง เก็บความโกรธไว้มิให้ผู้อื่นรู้ (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๖. ข้ามก็ไม่รอด ลอดก็ไม่พ้น

                              หมายถึง จะข้ามก็ไม่ได้ จะลอด (หนี) ก็ลอดไม่ได้ หมายถึง มนุษย์หลีกไม่พ้นเกิดแก่เจ็บตาย หรือไม่พ้นเคราะห์กรรมที่ตามมา (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๗. ขี้ไก่ไม่ให้หก ขี้นกไม่ให้หล่น

                              หมายถึง แสดงความรอบคอบ รู้จักเก็บเล็กผสมน้อย (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๘. ขุดดินนุ่งแพร แลไม่งาม

                              หมายถึง นุ่งแพรขุดดินมองดูไม่สวยงาม หมายถึงทำตนไม่เหมาะสมกับฐานะ

(สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๙. คนมาทีหลัง กินดังเหนียว หรือ คนมาหล้า กินลูกหว้าแก่

                              หมายถึง คนทำงานล่าช้าย่อมเสียเปรียบผู้อื่น (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๑๐. ชื่อได้ข้า หน้าได้พี่เณร

                              หมายถึง การทำงานบางครั้งความเหนื่อยเป็นของผู้ทำ แต่การได้หน้าหรือได้เกียรติเป็นของผู้อื่น (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๑๑. ตื่นสายให้สร้างสวนพร้าว ตืนเช้าให้สร้างสวนยาง

                              หมายถึง การประกอบอาชีพให้เหมาะสมกับอุปนิสัย (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๑๒. ถือฆ้องให้เพื่อนตี ตรันวานหมีให้เพื่อนเล่น

                              หมายถึง ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น แต่ตัวเองต้องเหน็ดเหนื่อย บางครั้งถึงกับเสี่ยงภัย (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๑๓. น้ำเต้าล่ามา ขี้พร้าล่าไป

                              หมายถึง การช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน หรืออาจหมายถึงบุคคลเฉื่อยชา ล่าช้า ทำงานด้วยกัน (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๑.๒๙.๑๔. เน่งเขาว่าโม่ ครั้งโฉเขาว่าบ้า

                              หมายถึง ถ้านิ่งเฉยไม่พูด เขาก็หาว่าเป็น (สุรศักดิ์  อนุรักษ์ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

๒. อมุขปาฐะ

          ๒.๑๐ ประเพณี                

                   ๒.๑๐.๑. ประเพณีลากพระ

            อานิสงค์แห่งการลากพระทำให้ฝนตกตามฤดูกาล  ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษรกรรม ต้องการไร่นาที่อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตเพิ่มพูน การที่ฝนตกตามฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสำคัญจนเกิดคติความเชื่อว่า เมื่อพระหลบหลัง ฝนจะตกหนัก จึงมีสัญลักษณ์พญานาคในการลากพระ เพราะเชื่อว่าให้น้ำและเชื่อกันว่าหากใครได้ลากพระทุกปี จะเป็นผู้ที่ได้รับบุญกุศลเป็นอย่างมาก และส่งผลให้ประสบความสำเร็จในชีวิต (ธีรยุทธ์  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๒.๑๐.๒. ประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุ

 การทำบุญและการกราบไหว้บูชาที่ให้ได้กุศลมากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อกันว่า การนำผ้าไปบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ด้วยการโอมรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ถือเป็นการบูชาที่ไกล้ชิดพระพุทธองค์ แต่เดิมนั้นจะมีการแห่ผ้าขึ้นธาตุนิยมจัดปีละสองครั้ง โดยการแห่โดยใช้เส้นทางในถนนราชดำเนินกลาง ไปยังวัดพระมหาธาตุวรวิหาร หรือชาวบ้านเรียกว่า " วัดพระธาตุ " ซึ่งจะจัดในช่วงเวลาก่อนเข้าพรรษาและช่วงเวลาออกพรรษาเป็นประจำทุกปี (ธีรยุทธ์  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

          

           ๒.๒๐อาหาร  

                   ๒.๒๐.๑. ขนมจีนน้ำยาเส้นสด (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                             ๒.๒๐.๒. ข้าวยำ (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๒.๒๐.๓. แกงส้ม (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๒.๒๐.๔. คั่วกลิ้ง (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๒.๒๐.๕. แกงไตปลา (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๒.๒๐.๖. ผัดสะตอกุ้งสด (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

                   ๒.๒๐.๗. ต้มหมูชะมวง (เกสร  กิ่งเกาะยาว ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

๓. ผสม มีทั้งมุขปาฐะและอมุขปาฐะ

      ๓.๑๐. ลิเกป่า

        ลิเกป่าหรือลิเกรำมะนาเป็นการเล่นพื้นเมืองที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของชาวเมืองนครศรีธรรมราชและชาวภาคใต้ทั่วไป ไม่ทราบแน่ชัดว่าการละเล่นชนิดนี้มีมาตั้งแต่เมื่อใดคนเก่าคนแก่ของชาวภาคใต้ซึ่งมีอายุมากกว่า ๗๐ ปีแล้วเล่าให้ฟังว่ามีคณะลิเกป่าเล่นกันมานานและเกือบจะพูดได้ว่ามีอยู่เกือบจะทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่อำเภอเมืองมีลิเกป่ามากกว่าที่อื่นใดทั้งสิ้น แต่ในปัจจุบันนี้จะหาดูลิเกป่าจากที่ใดในเมืองนครศรีธรรมราชไม่ได้อีกแล้ว

          ลิเกป่าหรือลิเกรำมะนาซึ่งเคยมีเล่นกันแพร่หลายในนครศรีธรรมราช เล่นได้เกือบทุกงานเช่นงานแต่งงาน บวชนาค งานวัด งานศพ โรงสำหรับแสดงคล้ายกับโรงมโนห์ราคือปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดกว้างและยาวเท่าๆ กับโรงมโนห์รา มีหลังคา ยกพื้นหรือไม่ยกพื้นก็ได้ ใช้เสื่อปู หน้าโรงโปร่งทั้งสามด้าน ตรงกลางมีฉากหรือม่านกั้น ส่วนหลังโรงใช้เป็นที่แต่งตัวและเก็บเครื่องใช้ไม้สอย ตะเกียงที่ใช้ใช้เป็นตะเกียงเจ้าพายุ หรือไม่ก็ใช้ไต้จุดช่วย

          การแต่งกายของตัวแสดงส่วนใหญ่มีชุดอย่างไรก็แต่งกันอย่างนั้น คือตามมีตามเกิด มีมากแต่งมากมีน้อยแต่งน้อย แต่พระเอกจะแต่งกายงามเป็นพิเศษ คือนุ่งผ้าโจรงกระเบน ใส่เสื้อแขนยาว ใส่ทองกร สวมสายสร้อย สังวาล ทับทรวง ถ้ามีชฎา ซึ่งอาจจะทำด้วยกระดาษหรือหนัง ประดับประดาด้วยพลอยหรือกระจกให้แวววาว ส่วนนางเอกก็นุ่งผ้าถุงจีบใส่เสื้อแขนสั้น กำไลเท้า มีผ้าห่มคลุมห้อยพาดหลัง อาจจะสวมใสชฎาหรือใส่กระบังหน้าหรือไม่ใส่ก็ได้ เครื่องประดับอื่นๆ ก็มีสร้อยร้อยลูกปัด ถ้าเป็นตัวตลก หรือเสนาอำมาตย์ก็แต่งกายอย่างง่ายๆ คือไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าถุง แต้มหน้าทาคิ้วให้ดูแล้วน่าขัน

          ลิเกป่านิยมเล่นกันแถบชนบท บ้านนาบ้านป่า เป็นการหาความสนุกสนานในยามว่างงาน เป็นลิเกสมัครเล่นไม่ได้ยึดถือเป็นอาชีพหลัก นิยมเล่นกันแถบชนบท บ้านนาบ้านป่า เป็นการหาความสนุกสนานในยามว่างงาน เป็นลิเกสมัครเล่นไม่ได้ยึดถือเป็นอาชีพหลัก แต่ถ้าใครรับไปแสดงในงานต่างๆ ก็จะรวมสมัครพรรคพวกไปเล่นได้ อัตราค่าแสดงก็ไม่แน่นอนแล้วแต่ข้อตกลงกับเจ้าภาพ เช่น ระยะเวลาที่แสดง ระยะทางและค่าพาหนะในการเดินทาง เป็นต้น (คล่อง ทองเพิ่ม ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

นามานุกรม

เกสร  กิ่งเกาะยาว  เพศหญิง อายุ ๓๗ ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๘/๑ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๑๔๗๖๘๔๐๐  ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

คุ้ม  บุญมี เพศชาย อายุ ๖๕ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๙/๔ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๖๓๒๑๒๘๔๗๑ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

คล่อง ทองเพิ่ม เพศหญิง อายุ ๗๐ ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๑๓๙/๑ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๐๑๔๘๒๖๕๖  ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

จินดา  บุญมี เพศหญิง อายุ ๕๕ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๙/๔ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๓๕๐๖๙๖๑๒ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

ธีรยุทธ์  กิ่งเกาะยาว  เพศหญิง อายุ ๓๘ ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๘/๑ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๓๓๙๓๘๖๖๒  ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

ฟอง  กาญจนา เพศชาย อายุ ๙๐ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๙/๔ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๙๐๑๕๖๕๑๔๒ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ลำดวน  เกิดศิริ เพศหญิง อายุ ๕๒ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๑๕๑/๔๔ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๙๘๐๕๗๑๔๘๐ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

วิน  อนุรักษ์ เพศชาย อายุ ๖๐ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๑๕๘/๑ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๖๒๔๕๓๕๙๓๘ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

สังคม  นพสถิตย์ เพศชาย อายุ ๔๕ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๑ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๐๑๔๕๘๘๒๐ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

สมปอง  เกิดศิริ เพศชาย อายุ ๕๗ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๑๕๑/๔๔ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๙๘๐๕๗๑๔๘๐ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

สุรศักดิ์  อนุรักษ์  เพศชาย อายุ ๓๐ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๓๙ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๖๐๔๖๑๒๓๑  ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

อาคม  บุญมี เพศหญิง อายุ ๔๐ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๑๕๖/๕๗ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๙๘๐๕๗๑๔๘๐ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

อารมณ์ อนุรักษ์ เพศหญิง เกิด พ.ศ.๒๕๑๔ ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๕๑ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๐๑๔๕๘๘๒๐ให้ข้อมูล   จันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 

อาภรณ์  อนุรักษ์ เพศหญิง อายุ ๓๕ ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ ๓๙ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยแก้ว ตำบลนาหมอบุญ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘๘๓๘๕๖๓๒๖ ให้ข้อมูลนางสาวจันทิมา นพสถิตย์ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

 คติชน :คติชนวิทยา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

News

สมุดภาพเหมืองแร่

Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1731
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2216
mod_vvisit_counterทั้งหมด9141633