Skip to content

Phuketdata

default color
Home
ภูเก็ต หรือ ภูเก็จ PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย ปาณิศรา ชูผล มทศ.   
พุธ, 14 ตุลาคม 2009

ฝากรูป 

งาช้างตราประทับ มณฑลภูเก็จ

สมบัติในความครอบครองของกลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ

 

จังหวัด“ภูเก็ต”

หรือ

ภูเก็จ

ชื่อนั้นสำคัญไฉน?

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์12 ตุลาคม 2552 16:06 น.

bket

เครื่องบินประจำมณฑลภูเก็จ หลักฐานยืนยันว่าแต่ก่อนเมืองไข่มุกอันดามันเคยใช้ชื่อ”ภูเก็จ”มาก่อน
       มีใครเคยสงสัยหรือสับสนบ้างว่า ทำไมชื่อสถานที่บางแห่งถึงมีการเขียนสะกดไม่ตรงกัน อย่างเช่น บางลำภู-บางลำพู หรือสาธร-สาทร
       
       เรื่องนี้มีคำตอบว่า มาจากการตีความในรากเหง้าของชื่อสถานที่ที่แตกต่างกัน หรือไม่ก็มาจากการเพี้ยนของคำหรือการสะกดผิดอย่างต่อเนื่องช้านานจนกลายเป็นสะกดถูกไปในที่สุด
       ดังกรณีของชื่อ(ย่าน)บางลำพู เดิมใช้คำสะกดว่าบางลำภู มาช้านาน จนกระทั่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว อ.สมปอง ดวงไสว(ร.ร.วัดสังเวช) ได้ค้นคว้าหารากเหง้าดั้งเดิมของชื่อบางลำพู ว่ามาจากการที่ย่านนี้ สมัยก่อนมีต้นลำพูขึ้นอยู่เยอะมาก พร้อมๆกับมีหลักฐานสำคัญยืนยัน คือ ต้นลำพูต้นสุดท้าย(ในสมัยนั้น) ซึ่งท้ายที่สุด อ.สมปอง และนักวิชาการที่ค้นคว้าในชื่อนี้ก็สามารถผลักดันให้มีการเปลี่ยนชื่อจาก“บางลำภู” มาเป็น “บางลำพู” จนถึงวันนี้

 
ป้ายบอกทางภูเก็จ สะกดแบบดั้งเดิม
       ส่วนชื่อ(เขต)สาทรนั้น ก็มักมีการสับสนไม่รู้จะเขียนว่าสาทร หรือ สาธร ดี เพราะช่วงหนึ่งมีการเขียนทั้ง 2 แบบ ซึ่งตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 23 เมษายน 2542 ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ "สาธร" ที่เขียนผิดกันอยู่เป็น "สาทร” ตามที่มาที่ไปของชื่อเขตสาทรดั้งเดิม ที่เรียกชื่อตามบรรดาศักดิ์ของหลวงสาทรราชายุกต์ หรือเจ๊สัวยม บุตรพระยาพิศาลสมบัติบริบูรณ์(เจ๊สัวยิ้ม) ที่ได้อุทิศที่ดินของตนของให้ขุดเป็นคลองและนำดินที่ขุดคลองมาทำถนนนั้นเอง
       
       อีกกรณีหนึ่งที่แม้จะไม่ได้มีการพูดถึงในวงกว้าง แต่ก็มีการผลักดันของนักวิชาการท้องถิ่นอยู่พอสมควร เพื่อให้ชื่อนั้นสะกดอยากถูกต้องตามรากเหง้าของท้องถิ่นตัวเอง นั่นก็คือจังหวัด “ภูเก็ต” ที่วันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งแย้งว่าน่าจะเป็น “ภูเก็จ” มากกว่า

 
ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์
       สำหรับคำว่า“ภูเก็ต”นั้นเชื่อว่าเพี้ยนมาจากภาษามลายูคือ“บูกิ๊ต” ซึ่งแปลว่าภูเขา(ข้อมูลจาก เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และใช้ต่อเนื่องสืบต่อกันมาช้านาน ในขณะที่คำว่า“ภูเก็จ” นั้นหมายถึง“เมืองแก้ว” ตรงกับความหมายเดิมที่ชาวทมิฬเรียก มณีคราม(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)
       
       ในเรื่องนี้ ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ประธานกลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้มีการกลับมาใช้ชื่อภูเก็จอีกครั้ง อธิบายว่า
       
       “คำว่า “ภูเก็จ” ที่ใช้ จ.จานสะกด แปลว่าภูเขาแก้ว แผ่นดินแก้ว หรือแผ่นดินเพชร หรืออะไรก็ได้ที่เป็นอัญมณี ที่ความหมายเป็นอย่างนั้นเพราะ ภู แปลว่าภูเขาหรือแผ่นดิน ส่วน เก็จ แปลว่าแก้วหรืออัญมณี ความหมายมันแปลได้อยู่สองนัย นัยแรก หมายถึงแผ่นดินที่มีเพชร อีกความหมาย หมายถึง แผ่นดินที่มีค่า แล้วถามว่าเพชรมีจริงไหม ก็มีจริงในประเทศไทยมีเพชรอยู่ 2 จังหวัด คือเพชรที่พังงาและที่ภูเก็ต
       
       “แต่ยุคอย่างพวกเราเราจะเห็นภูเก็ต สะกดด้วย ต.เต่าเสมอ เมื่อเห็นคำว่า ภูเก็ต ต.เต่า ก็เข้าใจว่า ภูเก็ต ต.เต่าเป็นสิ่งที่เราใช้มาตลอด จนวันหนึ่งเราไปค้นหนังสือเอกสารทุกชิ้นของภูเก็ตสมัยก่อนรัชกาลที่ 5 มาใช้ภูเก็จ สะกดด้วย จ.จานทั้งสิ้น เราก็กล่าวหาคนโบราณว่าทำไมไม่มีโรงเรียนหรือไงเขียนผิดกันจัง แต่ในที่สุดเราก็ทราบว่าเขาใช้ จ.จาน สะกดมาโดยตลอด”

 
ร้านภูเก็จโภชนา ที่นำเสนอร้านในรูปแบบย้อนยุค(ภาพ: ilovefino.multiply.com)
       อ.สมหมาย เล่าต่อว่า คำว่า ภูเก็จ จ.จาน สะกด ปรากฏหลักฐานครั้งแรกเมื่อประมาณ 225 ปีก่อน น่าจะปรากฏชัดเจนในปี พ.ศ.2328 เราได้เห็นคำว่า “ภูเก็จ” ในจดหมายของท่านผู้หญิงจันหรือท้าวเทพกระษัตรี ที่เขียนไปถึงกัปตันฟรานซิส ไล้ท์ (พระยาราชกปิตัน) กล่าวถึงเรื่องคุณเทียน ประทีป ณ ถลาง (บุตรท้าวเทพกระษัตรี) ได้รับพระราชทานตำแหน่ง พระยาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามคำแหง อันแปลว่า ผู้ครองเมืองภูเขาแก้ว
       
       นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอื่นๆอีก เช่น พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งดำรงพระยศพระบรมโอรสาธิราช กราบบังคมทูลรายงานกิจการเหมืองแร่ในมณฑลภูเก็จ ครั้งเสด็จหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.128, หนังสือราชการเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการเขียนถึงพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลภูเก็จ, ตราประทับของกระทรวงมหาดไทยประจำมณฑลภูเก็จ(มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ กะทู้), เครื่องบินประจำมณฑลภูเก็จ และภาพแผนที่ระวาง เขียนโดยกรมแผนที่ทหารก็ใช้คำว่า “ภูเก็จ” จ.จานสะกด

 
เสื้อยืดฝีมือคนรุ่นใหม่ที่ชื่อภูเก็จ
       “เดิมคำว่า “ภูเก็จ” จ.จาน ใช้มาตลอด แต่ในช่วงเวลาประมาณต้นรัชกาลที่ 6 คำว่า “ภูเก็ต” ต.เต่าเริ่มเข้ามา ภูเก็จ จ.จาน ซึ่งแปลว่าแผ่นดินแก้วแผ่นดินอัญมณี ก็หายไปกลายเป็นภูเก็ต ต.เต่า โดยไม่ทราบสาเหตุ เพียงแต่เราสมมติฐานกันเอาไว้ว่าน่าจะมาจากการที่เราไปเขียนติดต่อกับชาวต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษก่อนว่า Phuket เมื่อเขียนไปแบบนั้นเมื่อต้องการสื่อสารกันในประเทศไทยเราไปแปลผิดกลายเป็น ตัว ต.เต่า ก็เลยใช้ตัว ภูเก็ต ต.เต่าสะกดมาโดยตลอด
       
       “ผู้รู้ที่สามารถในภาษามาลายู ติดต่อกับมาลายูได้ เขาก็ได้ศึกษาภาษาซึ่งกันและกัน ในภาษามาลายูเขาใช้คำว่า “บูเก๊ะ”(หรือที่รู้จักกันดีว่าบูกิ๊ต) แปลว่า ภูเขา เมื่อแปลว่าภูเขา เลยเข้าใจว่าบูเก๊ะ กับคำว่า ภูเก็ต คือคำเดียวกัน เราจึงแปลคำว่าภูเก็ตแปลว่าภูเขาเฉยๆ กลายเป็นว่าเมื่อเรารู้ว่า ภูเก็จ ตัวเดิมที่ใช้ จ.จานสะกด เราถือว่าวันนี้เราใช้ภาษามาลายู ภูเก็ต เลยเป็นอาณานิคมทางภาษาให้มาลายูมาเกือบ 100 ปี ในการเสียเอกราชทางภาษาให้มาลายู เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงมันไม่ชัดเจนไม่ได้มีการประกาศไว้ เพียงแต่ค่อยๆเปลี่ยนไป
       
       “จนปัจจุบันราชการใช้คำว่า “ภูเก็ต” ต.เต่าสะกดหมด ดังนั้นผู้ที่ศึกษาเรื่องพวกนี้จึงมีโอกาสได้เห็นเท่านั้น ถ้านักเรียนเขียน “ภูเก็จ” ด้วยตัว จ.จานสะกด เพราะไปเห็นของจริงที่เขียนไว้ด้วย จ.จานสะกด มาส่งคุณครู ก็ต้องถูกเรียกมาตีมือเพราะในปัจจุบันถือว่าเขียนผิด” ผศ.สมหมายเล่าแบบหยิกแกมหยอก

 
เสื้อยืดฝีมือคนรุ่นใหม่ที่ชื่อภูเก็จ 2
       หลังจากมีการค้นคว้าหาหลักฐานเรื่องชื่อ ภูเก็จ-ภูเก็ต เรื่อยมา ในปัจจุบันจึงมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีความประสงค์จะอนุรักษ์ชื่อจังหวัด “ภูเก็จ” ดั่งเดิมไว้ โดยเสนอว่าการกลับไปใช้ “ภูเก็จ” ที่มีอักษร จ. สะกด เป็นการนำอดีตมาเชิดชู รำลึกถึงมรดกตกทอดที่บรรพชนสร้างไว้ให้ดีแล้วนั้นสืบต่อไป ทั้งยังเป็นคำที่มีความหมายอันประเสริฐ และเป็นความหมายที่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์โบราณคดีของเมืองนี้ยิ่งกว่าคำ “ภูเก็ต” ที่มีอักษร ต.สะกด หลายประการ
       
       นอกจากนี้ยังมีการนำเอาคำว่า "ภูเก็จ" ที่ใช้ จ.จานสะกดมาเพ้นท์ลงบนเสื้อยืดเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต และมีการนำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหารด้วย เช่น "ร้านภูเก็จโภชนา" หนึ่งในร้านอาหารขึ้นชื่อของภูเก็ตที่ขายอาหารจำพวกขนมจีบ ติ่มซำ ซาลาเปา กาแฟ บั๊กกุ๊ดเต๋
       
       โดย ชาญยุทธ์ ปาเวียง ผู้ดูแลร้านภูเก็จโภชนา เล่าว่า “ก่อนจะตั้งร้านทางหุ้นส่วนของร้านอยากจะทำร้านอาหารที่มันย้อนยุค ทุกอย่างในร้านรวมถึงชื่อร้านมีที่มาที่ไป ด้วยความที่ต้องการทำร้านแบบย้อนยุคและมีกลิ่นอายเก่าๆของเมืองภูเก็ต เมื่อค้นข้อมูลของภูเก็ตทั้งทางอินเตอร์เน็ตและทางผู้รู้ก็ได้รู้มาว่า แต่ก่อนสมัย รัชกาลที่ 5 เรียกภูเก็ตว่ามณฑลภูเก็จ สะกดด้วย จ.จาน แต่แล้วเมื่ออารยธรรมตะวันตกเข้ามาจึงมีการเพี้ยนทางสำนวนเขียนและสำเนียงการพูด สะกดเพี้ยนมาเป็นตัว T เมื่อภาษาอังกฤษสะกดตัว T จึงแปลเพี้ยนมาเป็นตัว ต.เต่า”
       
       ภูเก็จ จ.จานนี้เขามีความหมายอยู่ในตัวคือแปลว่าเกาะแก้ว จึงเลือกที่จะตั้งชื่อร้านเป็น “ภูเก็จโภชนา” โดยใช้ “ภูเก็จ” จ.จานสะกด เพื่อให้เข้ากับแนวทางของร้าน

 
ตราประทับมณฑลภูเก็จ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ กะทู้
       ชาญยุทธ์ เล่าอีกว่า “เมื่อลูกค้ามาที่ร้านก็มีถามถึงชื่อร้านตลอดที่ใช้ภูเก็จ จ.จานสะกด ทางร้านก็ชี้แจงในเบื้องต้นให้ฟัง ลูกค้าเขาก็เข้าใจ มีคุณครูพาเด็กนักเรียนอนุบาล-ประถมมา เราก็ให้ความรู้เข้าไป ซึ่งเยาวชนรุ่นใหม่รู้กันน้อยว่าแต่ก่อนชื่อจังหวัดภูเก็ต เคยสะกดชื่อภูเก็จด้วยจ.จาน”
       
       “แต่ถ้าจะถามว่าควรใช้ชื่อไหน ผมก็เกิดมาในยุคที่ใช้ภูเก็ต ต.เต่าสะกดแล้ว ก็ต้องบอกว่าภาษาไทยตอนนี้ก็คงต้องใช้ตัวภูเก็ต ต.เต่าสะกดตามที่ทางการใช้ต่อไป” ชาญยุทธ์กล่าว
       
       อย่างไรก็ตาม เรื่องชื่อของจังหวัด"ภูเก็ต"หรือ"ภูเก็จ"นั้นสำคัญไฉน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่หากทางภาครัฐใส่ใจให้ความสำคัญ ทำการสืบค้นถึงรากเหง้ากันอย่างจริงจัง มีการถกเถียงแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการกันอย่างกว้างขวาง และเปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่าง บางทีประเทศไทยอาจได้ชื่อที่ถูกต้องแท้จริงตรงตามรากเหง้าของเมืองไข่มุกแห่งอันดามันนี้ก็เป็นได้

 

หมายเหตุ

ผู้ประกาศเอกราชไปเป็น ภูเก็จ แล้ว คือ

๑. นายประสิทธิ ชิณการณ์ ขุมทรัพย์วัฒนธรรภูเก็จ

๒. นายสกุล  ณ นคร นักการเมืองรางวัลกระสุนทอง

๓. นายเลียบ  ชนะศึก  ขุมทรัพย์วัฒนธรรมถลาง

๔. หอวัฒนธรรมภูเก็จ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

๕. กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ

๖. ภูเก็จโภชนา

๗. รถโพ้ถ้อง ภูเก็จ

๘. ภูเก็จเมืองแก้ว

๙. ...............

 

อ้างอิง

http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120890

 

ความคิดเห็นที่ 46  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พี่น้อยขอให้ ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ รักษาความบริสุทธิ์ไว้จนกว่าเจอคนที่ใช้ ภูเก็จนะครับ
พี่น้อย
ความคิดเห็นที่ 45  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โฆษณาร้านอาหาร
ii
ความคิดเห็นที่ 43  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าเราคิดน้อยกันเกินไปเรื่องชื่อ ที่สามจังหวัดภาคใต้มีปัญหาทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะชื่อ อย่างชื่อปัตตานี มันก็ตรงกับอาณาจักรโบราณ ความแตกแยกว่าไม่ใช่คนไทย มันก็มี ดูอย่างมาเลเซียสิ พอได้ ไทรบุรีของไทย แทนที่จะคงคำว่าไทรบุรีเอาไว้ รัฐนั้นคนไทยเยอะนะครับ อาจจะขอแยกดินแดนกลับมารวมกับไทยก็ได้ เขาเลยเปลี่ยนชื่อเป็น เกดาห์เลย เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่เกิดมาก็ค่อยๆ กลืนกลายเป็นมาเลย์ไปเรื่อยๆ ไม่นานก็คงหมด ผมเห็นด้วยครับ ว่าชื่อทางภาษายาวี ควรเปลี่ยนเป็นไทยให้หมด เริ่มจาก ภูเก็จ เลย
ใครว่าชื่อไม่สำคัญ
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทางฝั่งมาเลเซีย หมู่บ้านที่คนไทยเราอยู่มาตั้งแต่โบราณ ถ้ามีชื่อไทย เค้าก็เปลี่ยนให้เป็นภาษามาเลย์ เช่น ควนไม้ดำ เปลี่ยนเป็น บูกิ๊ตกายูฮิตำ บ้านควนขนุน เปลี่ยนเป็น กำปงกัวนังกา บ้านตาน้ำ เปลี่ยนเป็น กำปงมาตาอาเยอร์ ชื่อภูเขาก็เปลี่ยน เช่น เขาขาว ที่อยู่ในเขตปะลิส ก็เปลี่ยนเป็น บูกิตปูเตะ ทั้งๆที่ แถวนั้นมีแต่คนไทย(มาเลเซียเชื้อสายไทย)อยู่อาศัยมากหมาย แต่อยู่ในเขตมาเลเซีย เค้าเปลี่ยนชื่อ ลบชื่อไทยออก ก็เพราะเค้าคือมาเลเซีย
แต่ก็แปลก ทางฝั่งไทยเรา ชื่อไทยๆ ความหมายดีๆ เช่น ภูเก็จ กลับมาหลงทาง เปลี่ยนให้คล้ายๆกับ บูกิ๊ต ของมาเลย์ เป็น ภูเก็ต หลงมานานเป็นร้อยปี พอมีการเรียกร้องรณณรงค์ให้เปลี่ยนไปใช้ ภูเก็จ เหมือนเดิม คนไทยเราบางกลุ่ม ก็ออกมาคัดค้าน..
นี่แหละคนไทยเรา เป็นเสียอย่างนี้ทุกที และทุกเรื่อง
เขยภูเก็จ
 
 
ความคิดเห็นที่ 42  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสร็จปชป.ตามเคย
เหลืองจาง
ความคิดเห็นที่ 41  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภาษา คือ ของสมมติ
ผ่านมาอ่าน
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภาษา คือ วัฒนธรรม
หมีคอมมานโด
 
 
ความคิดเห็นที่ 40+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดูบน keyboard ดิคับ ต.เต่า กะจ.จาน อยู่ติดกัน เค้าคงพิมพ์ผิดมั้งคับ ขำๆ
Phuket Islander
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัยว่า สมัยก่อนคงมีพวกเกรียนกันด้วยเน๊อะ
เมพขิงๆ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่า มันก็เป็นไปได้ ที่เขาพิมพ์ผิด แต่ยุคนั้นคงใช้พิมพ์ดีด ซึ่ง แป้นพิมพ์สมัยก่อนกับสมัยนี้คงไม่ต่างกันมาก
100792
 
 
ความคิดเห็นที่ 39  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนชื่อหรือไม่เปลี่ยนชื่อเมืองก็เป็นนิสัยพ่อค้าบางท่านไม่ได้ครับ เช่นดูถูก/ไม่สนคนไทย ค่าห้องแพงมากๆ อะไรๆก็แพง ต้อนรับแต่ต่างชาติ
คนไทยครับ
ความคิดเห็นที่ 38-2  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วจะมาเถียงกันให้มันได้อะไรครับ ท่านอาจารย์ก็เหมือนกัน คือคิดว่าควรเปลี่ยนแล้วมาลงข่าวตามนสพ.แล้วมันจะเปลี่ยนได้เหรอครับ มันควรมีขั้นตอนกระบวนการพิจารณาว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนยังไง แบบไหน
มาลงข่าวให้แบบนี้ก็พอโอเคอยู่นะครับ แต่ก็หาทางผลักดันแบบที่ให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นทางการสิครับ ถ้าแค่มาลงข่าวอย่างเดียว ก็เป็นแค่คนอยากดังคนนึงเท่านั้นเอง มาลงข่าวแค่ล่อเป้าให้คนเข้ามาโพสกันเอามันเท่านั้นเอง มีประโยขน์อะไร
อดสูใจ
ความคิดเห็นที่ 37-1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภูเก็ต ภาษาอังกฤษควรเขียน Bhuket หรือ Puket

ไม่ควรเขียน Phuket เพราะมันออกเสียงว่า "ฟูเก็ต"

ไม่รู้ทำไมถึงชอบใช้ PH = พ. หรือ ภ. กันจัง
บางนรา
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ไม่เข้าใจเหมือนกัน นักภาษาศาสตร์และข้าราชการที่ออกกฏไว้ก็ไม่เคยมีปัญญาออกมาชี้แจง
การใช้ Ph แทนเสียง พ ถือเป็นความเขลาที่ประจานตัวเองว่าไม่รู้จริง
เสนอให้เขียนชื่อ ภูเก็ต หรือ ภูเก็จ = PuGet ให้แยกคำด้วยอักษรตัวใหญ่ เพื่อให้อ่านได้ง่าย
Pu = ออกเสียง พู หรือ พิว
Get = ออกเสียง เก็ด หรือ เก้ด เพราะ เสียง ก น่าจะใช้ G เช่น Girl, Good, God, Go เป็นต้น เพราะถ้่าเขียน Phuket อย่างปัจจุบัน ก็ต้องอ่านว่า ฟู (หรือ ฟิว) เค็ท
พธม USA
 
 
ความคิดเห็นที่ 36+5  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กราบขอบพระคุณอาจารย์นะคะ
ที่ให้ความรู้เกี่ยวประวัติศาสตร์รากเหง้าของเกาะภูเก็ต

แต่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปค่ะ
เมื่อปัจจุบัน เกาะ ภูเก็ต เขียนอย่างไรก็อย่างนั้นแหละค่ะดีแล้ว

แต่ถ้าเพื่อความเก๋ไก๋ ชไลเดอร์ อะไรอย่างนี้
เขียนว่า ภูเก็จ ก็เริดดีค่ะ

ถ้าเปลี่ยนชื่อเพื่ออดีตอันหอมหวาน ที่เกาะเคยมีชื่อที่แปลว่าเมืองแก้วล่ะก็
มาร่วมมือกันประชาสัมพันธ์ Phuket ภูเก็ต ให้ดังก้องโลกในฐานะ ไข่มุกแห่งทะเลอันดามันดีกว่าค่ะ
น้ำทะเลรักษาไว้
หาดรักษาไว้
ความมีน้ำใจรักษาไว้
อย่าให้เกาะภูเก็ตถูกย่ำยีไปกว่านี้ได้มั้ยล่ะคะ????
ชั้นเอ๊ย! หนูเห็นป่าเล็กๆที่หาดในหาน เรียบเป็นหน้ากลองแล้วค่ะ
โรงแรมไม่อยากอ้างชื่อมันก็เอาร่มมาตั้งกางไว้
จากหาดที่เคยสะอาด สงบ มีป่าละเมาะเล็กๆ ก็กลายเป็นหาดโล่งโจ้ง และสกปรกขึ้นทุกวัน
ถ้าเป็นอย่างนั้น จะภูเก็ตหรือภูเก็จ มันก็ไม่ต่างอะไรกันหรอกค่ะ
มามะ มาช่วยกัน

ปล. ถ้าเปลี่ยนเป็นภูเก็จ ฝรั่งมันคงงงซ้ำ
Phuket??? Phukej?????
ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบฐานข้อมูลต่างๆ ต้องเปลี่ยนหมด
แล้วถ้าจะประชาสัมพันธ์จะประชาสัมพันธ์ชื่อไหนล่ะค่ะ???
ความสับสนอลหม่านจะตามมานะคะจารย์....
แรงแซงทุกนาง
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยนะครับ
เรื่องนี้มันเป็นวิวัฒนาการทางภาษามากกว่า แต่ก่อนเรียกอย่างไร เดี๋ยวนี้เรียกอย่างไร มันเป็นเรื่องของวิวัฒนาการ
ไม่งั้นอีกหน่อย คงยุ่ง
ตัวอักษรสมัยพ่อขุนฯยังเปลี่ยนไปได้เลย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเป็นว่า เวลาเราจะทำอะไร ต้องคิดไว้ก่อนว่า อย่าให้ฝรั่งงง ถ้าเค้างง เราก็ทำไม่ได้ใช่มั้ย
ก็เมื่อเราหลงทางมาแล้ว เราจะกลับเข้าลู่เข้าทางที่ถูกต้อง แล้วเราจะมาคิดถึงคนนั้นคนนี้ทำไม ผมคนหนึ่ง ขอร่วมรณรงค์ใช้คำว่า ภูเก็จ ด้วยคน
หนุ่มหาดใหญ่(เขยภูเก็จ)
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอบคุณเขยภูเก็จ รีบน

คุณขา ไอ้เรื่องฝร่งฝรั่งไรนั่นน่ะ มันอยู่ใน ปล.นะคะ
เรื่องหลักก็อยู่ข้างบน ปล.เจ้าค่ะ แยกแยะนิดนึงนะจ๊ะ
เดี๊ยนก็ไม่ได้ชอบไอฝรั่งมันนักหนาหรอกค่ะ ผัวฝรั่งก็ไม่อยากได้ (ก็เลยได้มาซะไทยแท๊แท้ อิอิ)
เพียงแต่พูดไปตามความจริงค่ะ ว่าถ้าชื่อมันเปลี่ยนแล้วมันจะยุ่ง ฝรั่งมันก็คงจะงง แค่นั้นแหละค่ะ (แหม...ประชดซะยังกับเดี๊ยนไปเทิดทูนฝรั่งมันมาก ซะงั้น...)
ฝรั่งดีๆก็มีถมไปค่ะ แต่เดี๊ยนก็ไม่คิดจะตามตูดฝรั่งหรอกค่ะ
ทว่าหลังจากโดนรัฐกลางผลาญแร่ไปเลี้ยงส่วนกลางจนแร่หมดเกาะแล้ว(ทั้งๆที่ผลตอบแทนมาสู่เกาะภูเก็ตน้อยนิดราวกับขี้หนู) ภูเก็ตเติบโตมาถึงปัจจุบันนี้ก็ต้องยกความดีให้ฝรั่งมันบ้างแหละค่ะ เงินท่องเที่ยวก็เงินมันซะเยอะ แถมมันก็ชอบเกาะภูเก็ตนี้มากๆเลยนะคะ
อย่างเช่น เวลาที่ดิชั้นบอกว่า เกิดที่ภูเก็ต โตที่ภูเก็ตทีไร มันก็ทำตาโตด้วยความอิจฉาทุกดี วู้ยยย ภูมิใจ

ใช้คำว่า ภูเก็ต น่ะแหละดีแล้ว จะเปลี่ยนบางครั้งเพื่อความเก๋ไก๋ก็ไม่ได้ว่า
แต่ขอให้
รักษ์ทะเล
รักษ์หาด
รักษ์น้ำใจของคนภูเก็ต
เอาไว้นะค้า เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นความภูมิใจของคนภูเก็ตแท้ๆคนนึงอย่างดิชั้นค่ะ คุณเขยภูเก็จ
แรงแซงทุกนาง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เทียบกับเกาะลังกาวีแล้วนี่ ธรรมชาติ ของเกาะลังกาวีอุดมสมบูรณ์มากๆ ฝรั่งเปลืยกายก้ไ่มค่อยมีให้เห็นเดินแล้วสบายตาดี ขอยอมรับจริงๆ ธรรมชาติ สวยมั๊กๆ เขาดูแลดีจริงๆ
ผ่านมา
 
 
ความคิดเห็นที่ 35  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอนแก่น บ้านผม ก็อยากเปลี่ยนเป็น ขามแก่น เหมือนกันนะ
คลิๆๆ
ความคิดเห็นที่ 34+3  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำว่าภูเก็จ หรือ ภูเก็จ นี่ไม่รู้นะ
แต่คำว่าจังซีลอน มันมาจาก.......
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสาวอีสานสองนาง ไปทำงานที่ภูเก็จ สาวคนหนึ่งเพิ่งเคยมาครั้งแรกเลยตื่นตาตื่นใจกับเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตมากๆ สาวน้อยบ้านนาอยากเห็นว่าห้างสรรพสินค้าเป็นอย่างไรจึงขอร้องเพื่อนสาวให้พาไปดู เธอวิงวินเพื่อนสาวจนเพื่อนสาวรำคาญและพาไปดูจนได้ ด้วยความโมโหบวกกับความรำคาญ เพื่อนสาวจึงชี้ไปยังตึกๆหนึ่งแล้วบอกว่า "จั๊งซี่ มันเป็นจั๊งซี่หลอนนน" จังหวะนั้นเองมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินมาพอดี เลยเข้าใจไปว่า เขาเรียกว่า "จังซีลอน" และเรียกติดปากจนถึงทุกวันนี้ ....
จั๊งซี่หลอน
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จั่งซี่มันต้องถอน ๆๆๆ
5555
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไร้สาระ
////
 
 
ความคิดเห็นที่ 33+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เล็กน้อยมาก มันก็ล่วงมาพอสมควรแล้ว สื่อสารอย่างไรก็คนเข้าใจอย่างเดียวกัน ก็ดีแล้วหละ..

แต่ บางกอก นี่ซิ .... สักพักคนจะลืมแล้วเรียกมันว่า แบ๊งค๊อก

แล้วรุ่นลูกรุ่นหลาน ก็จะหาที่มาว่า แบ๊งค๊อก มีจารึกเอาไว้ว่าอย่างไร...
THMURa
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็เราสะกดผิดเอง จะให้คนต่างชาติออกเสียงให้ถูกต้องได้ไง? มันต้องเขียน BarngGog ใครๆก็ออกเสียง บางกอก
จริงมะ?
 
 
ความคิดเห็นที่ 32-1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
.....ผมว่า หากเห็นว่า สมควรเปลี่ยน ก็เปลี่ยนได้นะครับ และภาษาอังกฤษทับศัพท์ ผมว่า ควรเขียนให้ตรงๆ Ph มันน่าจะเป็น ฟ. และอื่นๆ เช่น Bangkok แบงค็อค ควรเขียน Banggorg บางกอก ที่จริงควรเปลี่ยนเป็น Grungteb กรุงเทพ Siam ควรเปลี่ยนเป็น Sayarm สยาม หรือ Thailand ให้เป็นทางการ แต่ในหนังสือประวัติศาสตร็ ก็ควรคงไว้เพื่อการสืบทอดค้นหา ฯลฯ
โจนาธาน
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนชื่อกรุงเทพเป็นอย่างอื่นนอกจาก Bangkok เดี๋ยวรายได้จากเซ็กส์ตัวริทธ์หายหรอก จะบอกให้
Bang Bang
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นามสกุลที่ในหลวง ร.6 พระราชทาน และมีคำว่า
" ณ กรุงเทพ " ต่อท้ายนั้น
ได้ทรงถอดเป็นภาษาอังกฤษเขียนว่า " na Krungdeb " คะ
ภายหลังจึงโปรดฯให้ใช้เป็น ณ อยุธยา
แม่เอิบ
 
 
ความคิดเห็นที่ 31  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เชิญชวนพี่ชาวพธม.เที่ยวงานถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็จและกระบี่ในวันที่17-26 ตุลาคมนี้
Nibiru
ความคิดเห็นที่ 30+4  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทีต้นไม้เกาะกลางทางเข้าภูเก็ตโดนผู้ว่าCEO ขุดรากถอนโคนไม่เห็นใครออกมาพูดกัน มันเอาความคิดมาจากไหนที่เอาต้นไม้ที่ให้ร่มเงาต้นใหญ่ออกหมด เค้ารณรงค์เรื่องโลกร้อนกัน อ้นนี้ทำให้โลกร้อนกัน คนภูเก็ตไปหดหัวอยู่ไหนกันหมด ทีเรื่องเล็กละก็สลอนเชียว....กุเอ็ง
กุเอ็ง
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่า ต้นใหม่ที่ลงสวยดี และน่าจะเป็นภาพที่สวยด้วยเมื่ออยู่ที่เกาะกลาง แต่ ต้นที่ขุดออกไปควรนำไปปลูกริมถนน จะดีกว่าครับ กลางถนนจะให้ร่มเงาอะไรไม่รู้ ความเห็นเล็กๆนะครับ มองต่างมุม
หนึ่ง ภูเก็ต
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มองถึงคุณค่าของต้นไม้ซิครับเดิมปลูกมาจะร่วมยี่สิบปีแล้วมั่งต้นมันโตขนาดไหนแล้วเสียดายที่โพสรูปไม่ได้ กุเอ็งได้ถ่ายเก็บไว้ทั้งก่อนเอาออกและกำลังเอาออก วันนี้แวะมาภูเก็ตอีกครั้งก็ได้เห็นแล้วว่าเอาต้นตาลสูงประมาณ 2.5 เมตรโดยเฉลี่ยมาปลูกแทน หากจะรอดูมันโตก็เชิญท่านรอเถอะครับ ไปดูตรงหลังป้อมตำรวจที่สวนหลวงนะครับมันมีอยู่หนึ่งต้นความสูงแค่ไหนเอง กุเอ็งเห็นมันตั้งแต่จำความได้จนขณะนี้กุเอ็งอายุ48ปีแล้วครับมันโตจากเดิมไม่ถึงเท่าตัวของปัจจุบันเลย แล้วคุณค่าของต้นไม้ใหญ่มันมีมากกว่าต้นตาลเยอะครับไม่ว่าร่มเงาหรือในการผลิต02....
กุเอ็ง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจ้าหน้าที่ไทย ไร้สำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เราเคยเลียบ ๆ ถามช่วงที่เค้าขยายถนนกันว่าจะขุดไปปลูกที่อื่นไหม

เค้าบอกต้นไม้ไม่มีราคา ขุดไปก็เหนื่อยเปล่า ตัดเลยง่ายกว่า...ขอบจายยยยยน๊า
คนไทยเป็นเงี้ย ถึงไม่เจริญ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Absolutely agree with you.Why they always take big trees out? new plants=buy new trees=money flow=CORRUPTION
phuket
 
 
ความคิดเห็นที่ 29  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดูรูปข้างบนแล้วอยากถามพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ กะทู้ ว่า......

"ตราประทับ"มณฑลภูเก็จแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Brand of Phuket อย่างงั้นหรือ ถ้าใช่ภูเก็ตก็เป็นสินค้ายี่ห้อหนึ่งมีไว้จำหน่าย อ่านแล้วรู้สึกเพลียใจ

ลองให้นักวิชาการของพิพิธภัณฑ์ตรวจสอบดูว่า"ตราประทับ" ภาษาอังกฤษเค้าใช้คำว่าอะไร แต่ไม่ใช่Brand of Phuket แน่ๆ....(บอกไปกลัวพิพิธภัณฑ์จะไม่มีงานทำ)

เดี๋ยวฝรั่งมาอ่านแล้ว......"หล้าวกุ่ย" ไปทั้งจังหวัดนะแก้ไขเถอะ
ถนนถลาง
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมลองหาคำว่า "ตราประทับ" ให้แล้ว ครับ คิดว่าน่าจะใช้ คำว่า "Seal" ครับ ส่วนคำว่า "Brand" แปลว่า "ยี่ห้อ" ของผลิตภัณฑ์
พธม.ตรัง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตามที่เห็นในรูป เห็นด้วยว่าไม่น่าใช้คำ Brand น่าจะใช้ Seal ตามที่ "พธม.ตรัง" แนะนำ
ผมว่าน่าจะใช้คำว่า Emblem ดูจะเหมาะที่สุด
หรือ Symbol, image, logo ฯลฯ
พธม กทม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเก็บแสตมป์ มีตราประทับไปรษณีย์ที่ประทับที่ดวงแสตมป์เก่าว่า พูเก็ต จะเกี่ยวข้องกันไหม?
แมว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณ แมว น่าสนใจแสตมป์ที่ว่า ส่งรูปมาให้ดูหน่อยได้ไม๊? สงสัยมูลค่าแสตมป์คงสูงขึ้นมาแล้วนะครับ ถ้าจะส่งรูปมาทางอีเมล์ ก็จะขอบคุณมาก อยากเห็นจริงๆ ส่งมาที่
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
พธม100%
 
 
ความคิดเห็นที่ 28  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านคอมเม้นแรน ปวดแต้สสส

ที่แน่ๆ ประเพณีกินเจ ที่ภูเก็ต เขาเรียกว่า ประเพณีกินผักค่ะคุณผู้อ่านทั้งหลาย

ยากกิ๋นบี๊หู้นผั๊ดหลาวนิ ร่อยย้างแรง
ลูกพิ้ง
ความคิดเห็นที่ 27  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คงต้องเปลี่ยนไปเป็นประเทศ สยามด้วย น่าจะเหมาะกว่า อิอิ .. ขนาดเขาพระวิหารยังไม่เปลี่ยนเขมรยังยึดเลย
ความคิดเห็นที่ 26  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้เปลี่ยนชื่อเป็นภูเก็จที่สุดฮ่ะ
เปลี่ยนเสร็จข้าจะขอเฉาะเลย
ที่ภูเก็จหมอเฉาะเก่งมาก
พวกต่างชาติมาเฉาะกันเยอะฮ่ะ
NATE กระเทยไทย
ความคิดเห็นที่ 25  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนเถอะครับถ้าคิดว่าเก๋ดี
ทนายน้อย 5/2
ความคิดเห็นที่ 24-4  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท

อ.สมหมาย เล่าต่อว่า คำว่า ภูเก็จ จ.จาน สะกด ปรากฏหลักฐานครั้งแรกเมื่อประมาณ 225 ปีก่อน,,,,,,,,,

Click at the image to view full size คำอ่านปัจจุบัน
ฝากรูป


ขออภัยครับอาจาร์ย ภูเก็ตเป็นเมืองเก่า ย้อนอดีตไปได้ถึงศรีวิชัย และมีตัวตนตั้งแต่อยุธยา

ไม่บอกมาละว่าสมัยนั้นใช่อะไร ภูเก็จหรือภูเก็ต

เอามาแต่ส่วนที่สนับสนุนตัวเองละ?
อ่านหมดหรือยัง

 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เกรงว่า ก่อนหน้าที่จะเรียกที่นี่ว่าภูเก็ต เขาเรียกว่า "เมืองถลาง" น่ะคุณอ่านหมดหรือยัง อ.สมหมายท่านย้อนไปหาว่าเรียกว่า"ภูเก็ต" ตั้งแต่เมื่อไร ก็ได้ความว่าประมาณ 225 ปีก่อน แล้วมันผิดตรงไหน ถูกอย่างที่คุณบอกแหละว่าอ่านหมดหรือยัง แต่หมายถึงคุณนะ ไม่ใช่อาจารย์เขา จะแย้งทั้งทีก็หาความรู้ให้แน่น ๆ หน่อยนะ
เบื่อพวกแย้งตะพึดตะพือ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่างนี้เรียก "ถลาง" ละกัน
ย้อนทั้งที เอาให้ไกล
 
 
ความคิดเห็นที่ 23  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนภูเก็จ
โดยคนภูเก็จ
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียกอะไรมันก็แผ่นดินไทยทั้งนั้น
ชื่อไม่สำคัญเท่าจิตวิญญาณ
ที่ตอนนี้ภูเก็ตแทบจะกลายเป็น
เมืองขึ้นต่างชาติ หรือจะเถียงฮึ
คนฟักเกต
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Yeah , I agreed with you (คนฟักเกต, not nice name)
I'd been in Phuket once since 2005, all I saw most foreigners & the shops , cafes belong to foreigners and Thais just can be only employees . So SAD for Thais Phuket.
Thai 1000%
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"Thai 1000%"
I just wonder why we write "Phuket" which pronounces "Fuket" or "ฟิวเค็ต". As you know and are well aware of "Ph" in English, pronounces as "F". I think the right way to write is "Pooget" which will pronounce exactly "ภูเก็ต" or "ภูเก็จ"
What do you think?
 
 
ความคิดเห็นที่ 22+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีใจครับช่วยกันคนละไม้คนละมือแต่ใจดวงเดียวกัน ดูแลท้องถิ่นของเรา ขอให้คนภูเก็ตกลับมาเป็นชาวภูเก็จดังอดีตเหมือนเดิม ช้าหน่อยไม่เป็นไร รอได้ ช่วยกันเรื่องธนบุรีให้แยกออกมาเป็นจังหวัดกรุงธนบุรี หรือธนบุรีเป็นการรำลึกประวัติศาสตร์และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ทรงกู้ชาติร่วมกัน อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญนี้หายไป เอากรุงธนบุรีกลับคืนมาช่วยกันด้วยนะครับ
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
ความคิดเห็นที่ 21+2  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Puget sound เป็นภาษาอังกฤษ ชอบชื่อภูเก็จมากครับ
พี่น้อย
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำว่า Puget อ่านว่า พิว-จิท ไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ พักเก็ต หรือภูเก็ตนะ
กกก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยก้บพี่น้อย 100%
ี่พี่มาก
 
 
ความคิดเห็นที่ 20+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอางี้คะ แคลาย หรือ แคราย คะ
กนกวลี
ความคิดเห็นที่ 19-2  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไร้สาระ
ผ่านมา
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้พวกขี้อิจฉา ขี้ด อ
กำ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เห็นสาระของประวัติศาสตร์รึ ????

ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์ ..ถึงได้ไม่รู้ถึง ความหมาย มุมมองของคนยุคก่อน .....ที่มีคุณค่า อย่างหาค่า มิได้ ....น้อง
รู้ซะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไร้สาระ ผ่านมา Good that you just came by or you'll be kicked to let you go by so very fast cause need you're gone so soon. You're ไร้สาระ , negative person and need to be tive away . This is interesting knowledge & sure not too heavy to carry.
Go by so fast.
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"Go by so fast" พูดอะไรอะ? ไม่รู้เรื่อง ลองพูดเป็นไทยได้ไม๊?
งง???????
 
 
ความคิดเห็นที่ 18+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอขอบคุณคอลัมภ์นี้ ที่ทำให้ผมรู้จักจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น ขนาดคุณพ่อเป็นคนภูเก็ต และยังมีบ้านอยู่ที่นั่น ยังไม่ทราบเลยว่าเดิมชื่อ ภูเก็จ ขอบคุณจริงๆครับ
PUEY
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนภูเก็ตรุ่นพ่อ พูดได้ทั้งจีน ไทย อังกฤษ
ไม่เชื่อลองดู
><
 
 
ความคิดเห็นที่ 17  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจียงใหม่ เจียงฮาย ยังไม่ว่ากันเลย
พธม เจียงใหม่
ความคิดเห็นที่ 16+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่หนองคายมีอำเภอหนึ่ง แต่ก่อนชื่อ "บึงกาฬ" แปลว่าบึงน้ำสีดำ ซึ่งเป็นสีของน้ำในหนองนี้ พอมายุคนึงนายอำเภอได้ให้เปลี่ยนเป็น "บึงกาญจน์" แปลว่าบึงน้ำสีทอง พอมายุคนี้ก็เปลี่ยนกลับไปเป็น "บึงกาฬ" อีกครั้ง จนถึงบัดนี้

ป.ล. มันไม่เกี่ยวกับภูเก็ต ภูเก็จ หรอนะ แต่อยากเล่าให้ฟัง....
khonkorat2007 สมาชิก
ความคิดเห็นที่ 15+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ส่วนชื่อ(เขต)สาทรนั้น ก็มักมีการสับสนไม่รู้จะเขียนว่าสาทร หรือ สาธร ดี เพราะช่วงหนึ่งมีการเขียนทั้ง 2 แบบ ซึ่งตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 23 เมษายน 2542 ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ "สาธร" ที่เขียนผิดกันอยู่เป็น "สาทร” ตามที่มาที่ไปของชื่อเขตสาทรดั้งเดิม ที่เรียกชื่อตามบรรดาศักดิ์ของหลวงสาทรราชายุกต์ หรือเจ๊สัวยม บุตรพระยาพิศาลสมบัติบริบูรณ์(เจ๊สัวยิ้ม) ที่ได้อุทิศที่ดินของตนของให้ขุดเป็นคลองและนำดินที่ขุดคลองมาทำถนนนั้นเอง

เจ้าสัวยิ้ม ท่านต้องการเขียน สาธร ธ ธง สกด
ท่านให้เหตุผลว่า สาทร เป็นชื่อพระราชทาน เอามาตั้งเป็นชื่อถนนให้คนเหยียบย่ำ
เกรงจะมิบังควรแก่พระกรุณาธิคุณ
จึงให้เขียนสกดด้วย ธ ธง

เสธ.หนั่น ท่านก็ยังให้แก้กลับไปเป็น ท ทหาร
ให้คนย่ำ
ธนเดช
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆ แล้วชื่อถนนหลายชื่อมีที่มาจากบุคคลสำคัญ เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ฯลฯ จะมองว่าให้คนมาย่ำ หรือตั้งให้เป็นเกียรติก็แล้วแต่มุมมอง แต่ผมว่าคนส่วนใหญ่คิดถึงประโยชน์อย่างหลังมากกว่า
ขอคิดด้วยฅน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถนนพระราม 4
สะพานพระราม 8
ถนนพระราม 9
คนไทย
 
 
ความคิดเห็นที่ 14  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอากันเข้าไป สนุกดีเนอะ แล้วอีกหน่อยก็จะได้เกิดเหตุการณ์ห้าจังหวัดภาคใต้
เอาเข้าไป
ความคิดเห็นที่ 13  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่อ่าวอุดม ชลบุรี ก็มี
ต.ทุ่งศุขลา
พอทำป้ายชื่อหน่วย ราชการเป็น ทุ่งสุขลา
888
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุ่งสุขลา ถูกแล้วนิ

สุขลาเป็นภาษาเขมร แปลว่าเสือ
สมัยก่อนแถวนี้ยาวไปถึงพัทยาสัตว์ป่า พวกเสือเยอะคับ
dorgchant
 
 
ความคิดเห็นที่ 12  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว้าวๆๆจารทามรัยอ่ะ555+
กำ
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดินทาง ตจว.บ่อยๆ ชื่อหมู่บ้านหรือ อำเภอแปลกๆ มีอีกเยอะ เช่น บ้านสงฆ์เปลือย คลองห้วยตาเหลือก บ้านคำหอย บ้านหมันหย่อน ฯลฯ ทางอิสานมีเยอะมาก อย่าคิดมาก
ชัยมุกดาหาร
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เเซวเเกเล่นๆๆ
กำ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื่อสงฆ์เปลือยเนี่ย เคยฟังจากรายการครอบจักรวาลของคุณชายถนัดศรี ท่านบอกว่าเดิมทีชื่อว่าสงเปือยครับ แปลว่าที่ๆมีต้นเปือยขึ้นเป็นดง (สงแปลว่าดง เปือยเป็นชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง) สุดท้ายอีท่าไหนไม่รู้ ไปๆมาๆ กลายเป็นสงฆ์เปลือย ที่แปลว่าพระแก้ผ้าไปเสียฉิบ
Durian
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงเปือย ถูกต้อง
สงสัย ข้าราชการรู้ภาษาไทยรึเปล่า?
ไทยๆ
 
 
ความคิดเห็นที่ 11+2  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกถึง อำเภอบางคนที สมุทรสงครามเลยครับ

เมื่อก่อน บางคณฑี สะกดยังงี้ ต่อมาไม่รู้คนทางหลวงเขียนป้ายริมทางหลวงเขียนยังไง กลายเป็นบางคนทีไป ซะ
สุธี
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางคนสองที
บางคนก็สามที
เหนื่อยนะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะ บางคณฑี นะ ดูดี แต่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร?
ไม่น่าจะชื่อ บางคนที บางคนสองที สาที สี่ที
เฮ้อ เหนื่อย
 
 
ความคิดเห็นที่ 10  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภาษาอังกฤษใช้ Bangkok

ทำไมใช้ กรุงเทพฯ ล่ะ...เปลี่ยนมาใช้ บางกอก เด่ะ
โฮ่ โฮ่ โฮ่
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพราะกรุงเทพเป็นชื่อพระราชทานให้เมืองบางกอกสมัยที่ตั้งราชธานี
แต่ฝรั่งเค้าเรียกเมืองนี้ตามชื่อเดิม ก็คือ บางกอก bangkok

ส่วนไอ้ความเห็นที่บอกให้ใช้ชื่อสยามเพื่อ "จะไม่ลืมกำพืด"จะบอกให้รู้ว่าจริงๆแล้วมันเป็นชื่อที่คนอื่นตั้งให้ คนแถบภาคกลางนี้เรียกตัวเองว่าคนไทและมีแต่ต่างชาติที่เรียกคนแถบนี้ว่าสยาม และสมัยรัชกาลที่ 4 ก็ให้ใช้ชื่อประเทศว่า สยาม
แล้วถามว่าคุณจะเอา สยามหรือไทย นั้นมันก็กำพืดเดียวกันทั้งนั้น อยู่ที่คุณจะสื่ออะไรมากกว่า
ประมาณนั้น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดี๋ยวนี้คนไทยดัดจริตเรียกว่าแบงค็อค
ทั้งๆที่ฝรั่งพยายามออกเสียงว่าบางกอก
><
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
>< ถ้าเขียน Bangkok อย่างปัจจุบัน ฝรั่้งก็จะเรียก แบงค๊อก วันยังค่ำ ไอ้ที่พูดว่าฝรั่้งพยายามจะออกเสียง บางกอก นะ ถ้าพูดผิด พูดใหม่ได้นะ
ถ้าสะกด Bank-gog ก็น่าจะทำให้ฝรั่งออกเสียงได้ใกล้เคียงขึ้น และความหมายก็ตรง Bank คือ ริมฝั่งแม่น้ำ และ Gog ก็ กอก ตรงตัว
หรือจะเขียน BungGog หรือ BarngGog ก็น่าจะช่วยให้ฝรั่งออกเสียงได้ถูกต้องยิ่งขึ้น
เดี๋ยวนี้คนไทยรู้ภาษาอังกฤษดีขึ้น ก็น่าจะสังคยนา ป้ายชื่อต่างๆเสียที เขียนตัวสะกดให้ออกเสียงใกล้เคียงภาษาไทยซะที และควรเลิกใช้ Ph สำหรับเสียง พ เพราะ มันแสดงถึงความเขลา ไม่รู้จริง อายเค้า
เช่น Phuket ก็ต้องเขียน PuGet อย่างนี้ฝรั่งก็จะออกเสียง พูเก็ด แทนที่จะออกเสียง ฟูเก็ด
เห็นด้วยไม๊?
 
 
ความคิดเห็นที่ 9  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆแบบนี้ครับ
หมูแฮม
ความคิดเห็นที่ 8  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพื่อนคนภูเก็ต เรียกตัวเองว่า Phukettian ฟังดูเท่ดี
ถ้าเปลี่ยนไปเป็น Phukejjian ฟังดูจั๊กกะจี้พึลึก
ว่ามั้ย ?
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมคนพังงา จังหวัดติดกันไม่ต้องเรียกว่า Phang-nga nging เหรอ นึกไม่ว่าจะอ่านยังงัย
คนพังงา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆพังงาคือ ภูงา
ฝรั่งเขียน Phunga
คนไทยดันอ่านว่าพังงา
ภูงา อยู่ติดกับ ภูเก็จ
ภูเก็จ ภูงา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื่อเดิมพังงาคือกราภูงา (กราภูงางาม นามพังงา พางามเด่น ดุจดังเช่นเทพสรรค์สร้างสอางโฉมฯ เด็กพังงาเดี๋ยวนี้ร้องเป็นป่าวม่ะรู้)
เด็กถ้ำน้ำผุด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะเปลี่ยนไปเป็นชื่อเดิม "ภูงา" ฟังเพราะดี ดีกว่าพังงาเยอะ และมีความหมายกว่า
แต่คำภาษาอังกฤษ อยากให้เขียน PuNga อย่าสะกดด้วย Ph นะครับ ขอร้อง เพราะ Ph ออกเสียง F หรือ ฟ
อย่างที่เขียนปัจจุบัน Phang-nga ที่ถูกต้องออกเสียง "ฟังงา" ควรเขียนเป็น PungNga ฝรั้งก็จะออกเสียงได้ถูกต้อง
พธม USA
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...ใช่ครับคุณพธม.USA
...คนไทยบางคน ดัดจริต ใช้กันจัง Ph และ Bh เนี่ย
RajaBhat
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
**อีกกรณีหนึ่งที่แม้จะไม่ได้มีการพูดถึงในวงกว้าง แต่ก็มีการผลักดันของนักวิชาการท้องถิ่นอยู่พอสมควร เพื่อให้ชื่อนั้น..สะกดอยากถูกต้อง..ตามรากเหง้าของท้องถิ่นตัวเอง นั่นก็คือจังหวัด “ภูเก็ต” ที่วันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งแย้งว่าน่าจะเป็น “ภูเก็จ” มากกว่า**
...มันจะไปถูกต้องกันได้อย่างไร
...เห็น อย่าง เป็น อยาก อยู่บ่อยๆถึงบ่อยมาก
...tnu
 
 
ความคิดเห็นที่ 7  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าจะเปลี่ยนป้ายทั้งเมือง ก็ืทำ
แต่ขออย่าให้มีการโกงกินก็พอ
คนไทย
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้างั้น ไม่ทำ ถ้าไม่มีติดปลายนวมบ้าง จะทำไปทำไม?
โง่เรอะ
 
 
ความคิดเห็นที่ 6+3  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องที่สมควรทำ ดันไม่ยอมทำ
ไปยุ่งกับภูเก็ตทำไม
ความคิดเห็นที่ 5-10  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าหาว่าดัดจริตเลยนะครับ
อยากให้กลับไปใช้ชื่อกรุงทราวดีมากกว่า
ฟังดูโบราณและขลังดี
ใครเห็นด้วยอย่าลืมโหวตบวกให้ด้วยนะครับ
นิรนาม
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จังหวัดที่เอ็งอยุ่เนี่ยดีนักหรือไง ภูเก็จมีความเป็นมาอย่างช้านานอยากเจอหน้าจะได้ต่อยปากเหยียบมือเอ็งซะ ไม่ชอบให้ใครมาด่าจังหวัดภูเก็จ ข้าไม่เคยไปดูถูกจังหวัดเอ็งเลย ไม่เคยดูถูกจังหวัดใคร เอ็งอย่ามาภูเก็จนะ ถ้าแน่จริง จังหวัดใครๆก็รักหรือเอ็งไม่รักจังหวัดของเอ็ง ไร้สัญชาติหรือนักไง
nate
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้nateนี่มันควายเรียกพี่
คนถลาง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ญาติๆช่วยเอาไอ้nateไปรักษาด่วน
เซ็ง
 
 
ความคิดเห็นที่ 4  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Phuket

ตัว t ที่เป็นตัวสะกด สามารถใช้สะกดเป็น ต ด จ ได้ครับ
พอมาเป็นภาษาไทย ก็อาจเขียนสะกดเป็น ต ใช้กันจนติดมาจนปัจจุบัน
SRIP
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟังมาอีกมิติหนึ่งว่า ภูเก็ต มาจากภาษามลายู ว่า บูกิต แปลว่าภูเขา ก็มีความเป็นไปได้ เพราะภาคใต้ส่วนหนึ่งมีความชิดเชื้อกับมลายู เช่น ตรัง มาจากปะเตรัง กระบี่ คือ การะบี และ สถานที่ต่างๆ ที่เป็นเกาะแก่ง สังเกตว่าเป็นภามลายูเกือบทั้งหมด เช่น อ่าว จะเรียกตะโล๊ะ เกาะเล็กๆเรียกเหลา ลองเที่ยวอ่าวพังงา ทะเลตรัง ทะเลกระบี่ แล้วถามชาวบ้านดูว่า เกาะแก่งต่างๆ ชื่ออะไร แล้ว ศึกษากับผู้รู้มลายู แล้วจะถึงบางอ้อ บูกิต มีโอกาส เป็นภูเก็ต ค่อนข้างสูง ไม่เห็นด้วยกับอาจารย์สมหมาย นานแล้ว แต่ท่านพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า ภูเก็ต ไม่เก่ยวข้องกับอารยธรรมมาลายัน ซึ่งผิดแน่นอน.....
คนอันดามัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราคนภูเก็จ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงเพราะขาดการค้นคว้าที่สมบูรณ์ ยกตัวอย่าสง เมืองตะกั่วทุ่ง ถ้าค้นคว้าจริงจะเป็ว่าปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอท้ายเหมือง ฉะนั้น ประวัติศาตร์ต้องเถียงกันด้วยเหตุและผล ตลอดจนหลักฐาน
คนผ่านทาง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้ดูรูปที่เขาเอามาลงเหรอครับ มณฑลภูเก็จ ยังจะพยายามใช้บูกิ๊ตทำไม
ดูดีๆ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมัยก่อนสะกดว่าภูเก็จ
เมืองผลึกในพระอภัยมณีของสุนทรภู่ แกก็เอามาจากชื่อภูเก็จนี่แหละ
><
 
 
ความคิดเห็นที่ 3  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนคุณ คห. 1 ที่เค้าเปลี่ยนจากสยามมาเป็นไทย ก็เพราะไม่ให้ลืมกำพืดตัวเองครับ เพราะในสมัยนั้น จอมพล ป. กลัวว่า ต่อไปประเทศสยามจะมีเชื้อชาติมากมายจนคนไท ที่เป็นผู้ปกครองกลายเป็นชนกลุ่มเล็กไปแทน จึงเสนอให้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นประเทศไทย และตอนนั้นก็เถียงกันแทบสภาแตกว่าจะใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า thai หรือ thailand

เห็นด้วยครับว่าถ้าเขียนด้วย ภูเก็จ ถูกตามแบบดั้งเดิม ก็ควรเปลี่ยนไปยังของที่ถูกต้องครับ สนับสนุนครับ

ส่วนจะเปลี่ยนจากไทยไปเป็นสยามก็ไม่เห็นด้วย เพราะตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะกลับไปใช้สยาม เพราะเราผ่านข้อขัดแย้งนั้นมาแล้ว และไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องเปลี่ยนครับ
kk
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วปัจจุบัน มีคนไท อยู่ชนชาติเดียวเหรอครับ..??
พธม.ภูเก็ต
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไท ชาติเดียวเท่านั้นเหรอที่อยู่ในประเทศสยาม
ไทย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่เขาเปลี่ยนเป็น ไทย เขาหมายถึงดินแดนของคนเผ่าพันธุ์ไท
ae
 
 
ความคิดเห็นที่ 2+2  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อะไรที่ผิด ก็แก้ไขให้ถูกต้องซะ ตัวอย่างเช่น คำว่า คน,ฃวด ที่ใช้ ค-ควาย,ข-ไข่ เดืมใช้ คำว่า ฅน-ขวด ใช้ ฅ-ตน ฃ-ฃวด เท่าที่รู้ เกิดจากการที่ เครื่องพิมพ์ดีด เข้ามาในสยามครั้งแรกแป้นพิมพ์ ไม่พอสำหรับพยัญชนะไทย 44 ต้ว จึงใช้ ต-ข แทน
giaht
ความคิดเห็นที่ 1+1  คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สยาม
ภูเก็จ

ก็น่าเอากลับมาใช้อยู่นะ..
จะได้ไม่ลืมกำพืดตัวเอง..
ก็แล้วแต่..
 
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภูเก็จเปลี่ยนกลับก็ไม่เป็นไรครับ

แต่คำว่าประเทศไทย มาเป็นสยาม นี่ไม่เห็นด้วย ทำไมคนเราชอบย้อนไปหาอะไรอดีตอีกล่ะ

ถ้าอยากย้อนกันนัก ต่อไปก็เรียกมันว่าอาณาจักรกรุงรัตนโกสินทร์ไปเลยดีกว่ามั้ย
อย่าปัญญาอ่อน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
yes, i like siamese talks
bukit means the hill
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบชื่อภูเก็จ กับชื่อ สยามครับ
หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาจลง เราอยู่ใด้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วยหมดสิ้นสกุลไทย
ไทย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าพูดถึงSiamese ฝรั่งมันจะนึกถึงแฝดติดกัน
เช่นปืนลูกซองแฝด
เพราะฝรั่งรู้จักคำนี้มาจากอิน-จัน
คือ Siamese twin
><
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อาทิตย์, 22 พฤษภาคม 2011 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

สมุดภาพเหมืองแร่

Polls

ชื่อใด (หรือคำใด) สื่อได้ชัดคม รู้เป้าหมายได้มากกว่า
 

Who's Online

ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้4596
mod_vvisit_counterเมื่อวาน4364
mod_vvisit_counterทั้งหมด6437405