นิทาน เรื่องเล่าตำนานอ่าวพระนาง
เขียนโดย วรวรรณ ทิพย์อุดมลักษณ์   
Saturday, 26 September 2015

นิทาน เรื่องเล่าตำนานอ่าวพระนาง

 

       ครั้งก่อนโน้นมีหมู่บ้านใหญ่สองหมู่บ้าน  ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล 

หมู่บ้านทางทิศตะวันออกมีหัวหน้าคือตาวาปราบกับยายบามัย  หมู่บ้านทางทิศตะวันตกมีตายมดึงและยายรำพึงเป็นหัวหน้า  ทั้งสองหมู่บ้านเป็นคู่อริกัน  ยายบามัยกำลังกล่อมลูกซึ่งเกิดใหม่ อ้า...เอ่อ...นอนเสียเจ้าเหอนอนให้หลับดี  แม่สื่อทั้งสี่มาช่วยพิทักษ์รักษาอาบน้ำลูกเหอมาป้อนข้าว  ช่วยรักษาเจ้าทุกเวลา  มาช่วยพิทักษ์รักษาแต่ความไข้อย่ามาใกล้เหอ

 

ตาวาปราบ : เออ  อีบามัยเหอ  มึงช่วยแลลูกบุญให้ดีนา  กูอี้ไปออกทะเลทิศปะตีนโน้น  ใครมาแอบทราบแลลูกบ่าวเรา  มึ่งอย่าเชื้อใจเผื่ออี้เป็นคนบ้านโน้นมันยิ่งหมาม่ายลูก  พอเรามีลูกมันอิจฉาชุ่นเหมือนปลาถูกทุบ  แลทีที่มันไปขอลูกบนบานกับเทวดา  กูว่ามันเฟือนเหมือนหมาฝันหรือฉู้แล้ว ปะไปแล้วนะไอ้ลูกขี้เทียนหัวหิ้งสุดสวาทของปะ

ยายบ้ามัย : ฉานชาดท้อผิดหวังเหมือนคนพลัดหนำ  ต่อใดมันอี้ดีกันสักที  รบมึงรบกูกันอยู่ได้  นี่ถ้าไอ้บุญมันใหญ่  ปะมันชวนกันรวมหัวมีหวังเป็นกองทัพงูเห่าแม่น  แผ่นดินทิศปะหัวนอนกับทิศปะตีนต้องแยกเป็นเสี่ยง ๆ บุญเหอ...ต่อใดฝันมะอี้เป็นจิงสักที  มึงช่วยให้ปะกับลุงยมดึงดีกันได้  มะอี้ให้รถเข็นกับบรีสสักลังเหมือนรายการฝันที่เป็นจริงเลยลูกเหอ

 

       ฝ่ายหมู่บ้านทางทิศตะวันตก  ยายรำพึงกับตายมดึงนั้นอยากได้ลูกไว้เชยชม  เพราะอยู่กินกันมานานแล้วแต่ไม่มีลูก  สองคนผัวเมียคิดไปบนบานศาลกล่าวกับเจ้าทะเล ที่ตนเชื่อถือ

 

ยายรำพึง : พี่ยมเฮพี่ยม  เราก็แก่เฒ่ากันแล้วฉานว่า  ไซรบ้านโน้นมันมีลูก  เราไม่มี  หรือว่าเติ้นเป็นหมัน

ตายมดึง รำพึงมึงอย่าหกใส่กูพันนั้น  กูว่ามึงทำผิดผีไหรสักสิ่งไม่สิ่งหนึ่งก็สิ่งหนึ่ง  กูว่างาน  กูไปไหว้บนบานกับ เจ้าทะเล  มึงเตรียมอาหารให้ดีอย่าบูดเน่าหลาว  เอาเร็วไอ้พวก ขี้ข้าเร่อ ๆ  ไปทำอาหารกับข้าวได้แล้ว

ยายรำพึง :  เออ...ยำปลาชิ้งชั้ง  น้ำชุบลูกอึก  แกงเหมงพร้าวไก้บ้าน 

อื้อพุงปลา  อย่าลืมเอา   ผักเหนาะไปด้วย

คนใช้ : ค่ะ ๆ ครับ ๆ  เออ ๆ อะไรค้อ ๆ หา ๆ ว่าพรือ ๆ

ยายรำพึง : เดี๋ยวเหอะ

 

              จะขอกราบบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์         ว่าเอว่าเหสิ่งศักดิ์สิทธิ์

       จะขอกราบบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์                ว่าทอยจ้าฉาเหอสิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ช่วยนิมิตสิ่งดีให้เรามีลูกหญิงชายสักคนได้ช่วยสนช่วยแก้

       ให้เรามีลูกหญิงชายสักคนได้ช่วยสนช่วยแก้

       พระจันทร์นั่งทับราหู                        ว่าเอว่าเหนั่งทับราหู

       พระจันทร์นั่งทับราหู                        ว่าทอยจ้าฉาเหอนั่งทับราหู

       ท่านจงดูจงแก้ให้มีลูกหัวปีท้ายปีให้สุขขีในปีนี้    

       ให้มีลูกหัวปีท้ายปีให้สุขขีในปีนี้

 

       เดือดร้อนไปถึงพญานาค  พญานาคเห็นใจสองสามีภรรยา  จึงโผล่ขึ้นมาบันดาลให้สองสามีภรรยามีลูกสาวได้

 

พญานาค ฮะ  ฮะ  รู้ไหม  เรานี่แหละช่วยเจ้าได้  แต่เมื่อลูกเจ้าโตเป็นสาวแล้ว  เจ้าต้องยอมให้ลูกสาวของเจ้าแต่งงานกับลูกชายของเรา  ลูกชายเราเป็นพญานาคที่วิเศษ  สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้เจ้าตกลงหรือไม่

 

ด้วยความที่อยากได้ลูกจนตัวสั่นทั้งสองจึงรีบตกลง

 

พญานาค :  เราจะมาตามสัญญา

 

(หลังจากนั้นไม่นานยายรำพึงก็ท้อง) 

       คลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงให้ชื่อว่า “นาง” นางเป็นสาวแสนสวยชื่อเลื่องลือไปทั่ว

 

บุญ : ตันหยง ๆ หยงไหรละน้องละน้องว่าใต้ต้นไทร  ตัวบุญเป็นแขกน้องเป็นไทยรักกันด้วยใจนะน้องนาง

นาง : ตันหยง ๆ หยงไหรละพี่แล้วว่าต้นดีปลี  ตัวนางเป็นหญิงมันไม่ดีอยากให้พี่มาของนาง

บุญ : เอาล่ะ ๆ แล้วพี่จะให้พ่อมาขอ

นาง : น้องก็  จะรออย่าให้คอยเก้อนา

 

และแล้วเมื่อบุญกลับมาถึงบ้านก็อ้อนวอนพ่อแม่ให้ไปสู่ขอให้ตาวาปราบและยายบามัยไม่พอใจมาก  แต่ด้วยความรักลูก  ตาวาปราบและยายบามัยยอมลดทิฐิไปขอลูกสาวตายมดึง  ทั้งที่เคยเป็นคู่อริศัตรูกัน  ฝ่ายตายมดึงก็มีน้ำใจนักกีฬายอมยกลูกสาวให้  เพื่อนบ้านทั้งสองหมู่บ้านก็ได้คืนดีกัน  วันกำหนดนัดหมายเรื่องแต่งงานก็ได้มีขึ้น  ครอบครัวตายมดึงลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพญานาคอย่าสิ้นเชิง

โห่.......โห...ฮิ้ว....

โห่.......โห...ฮิ้ว....

โห่.......โห...ฮิ้ว....

ขบวนขันหมากก็มาถึง

จุดเทียนเวียนวนเรามาหลายคนวนเอยวนเวียน  ลมพัดสะบัดเปลี่ยนเรามาจุดเทียนเวียนเอยเวียนวน

มะพร้าวของใครปลูกไว้หน้าใดใบแล่นมันพี่ขอสักลูกจะเอาไปปลูกทำพันธุ์

จุดเทียนเวียนควายพี่เห็นแมวหลายวิ่งขึ้นบนหลา  ถ้าน้องรักพี่ขอให้แมว    นี้กินปลา

ใครยังลูกกรูดมาแลกมาแลกลูกนาว  ใครยังลูกสาวมาแลกลูกเขยเอาวะเอาเหวยลูกเขตตาวา  วา  วา  วา ๆ

       ในระหว่างพิธีหมั้น  ขบวนพญานาคก็ได้โผล่ขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน  พญานาคต้องการเจ้าสาว

       ศึกยุทธจักรทะเลจึงได้เกิดขึ้น  ข้าศึกยลขนสยองร้องบันทึกเริงบุกทัพสรรพอลังการสารอลงกต  บทขจรคลาดบาทจรคลาดาพยุหยืน  คืนพยุหยุทธิ์  ดุจพสุธาฟังดั่งพสุธายก  ตายมดึงเห็นว่าท่าทางจะลุกลามไปไกล  จึงพาลูกสาวหนี  ตาวาปราบเห็นเข้าก็โกรธหาว่าตายมดึงจะพาลูกสาวหนี  จึงชักดาบขว้างเข้าใส่ตายมดึงหลบทันดาบจึงปลิวหายไป

       ขณะนั้นได้มีพระฤาษีบำเพ็ญตบะอยู่ในถ้ำเห็นเหตุการณ์วุ่นวายก็ออกมาห้ามปราม 

ฤาษี : หยุดเถอะโยม เราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่หยุด  อมิตพุทธ  พุทธังสะระนัง คะฉามิ  อะเหอ  อะเหอ  เราโกรธ  แล้วนะจะบอกให้เราจะสาบทุกอย่างให้เป็นหิน  โอม..........เพี้ยง

เหลือเชื่อแต่ไม่เหลือเสื้อสิ้นคำสาบ  ผู้คนเครื่องใช้บ้านเรือนกลายเป็นภูเขาเป็นถ้ำและเกาะแก่งในทะเล  เรือนหอกลายเป็นถ้ำพระนาง  ข้าวเหนียวกวนในงานกลายเป็นสุสานหอย  ๗๕  ล้านปี  พญานาคที่พยายามว่ายน้ำหนีกลายเป็นบ้านหงอนนาค  บริเวณที่พญานาคกลิ้งเกลือกลายเป็นหมู่บ้านหนองทะเล  ส่วนดาบของตาวาปราบปลิวไปตกที่หมู่บ้านกระบี่น้อยกระบี่ใหญ่  สถานที่ทุกแห่งยังมีปรากฏอยู่ตามตำนานจนถึงทุกวันนี้